หุ้นเอเชียร่วงหนักหลังสหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตีอิหร่าน ความเสี่ยงพุ่ง
เตรียมรับมือ ความผันผวนจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง และรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ
- สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง แม้ กนง. จะลดดอกเบี้ยเซอร์ไพรส์ตลาด ท่ามกลางการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำและการย่อตัวลงของเงินดอลลาร์
- จับตารายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ และสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง อย่างใกล้ชิด
- เงินดอลลาร์อาจแข็งค่าขึ้น ตอบรับความเสี่ยงจากประเด็นการสู้รบในตะวันออกกลาง ทว่า เงินดอลลาร์เสี่ยงผันผวน Two-way พร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับการปรับมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED หลังรับรู้รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ในส่วนของค่าเงินบาท เราประเมินว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่า จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ที่แม้จะหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น ทว่าราคาพลังงาน อย่าง ราคาน้ำมันดิบได้พุ่งสูงขึ้นตามเช่นกัน ส่วนเงินดอลลาร์อาจได้รับอานิสงส์จากภาวะปิดรับความเสี่ยงในระยะนี้บ้าง ทว่า เงินบาทอาจอ่อนค่าอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตามแรงขายเงินดอลลาร์ของผู้เล่นในตลาด อย่าง ฝั่งผู้ส่งออก และที่สำคัญ เงินดอลลาร์อาจพลิกกลับมาอ่อนค่าบ้าง หากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางทยอยคลี่คลายลง หรือ รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าคาด
- มองกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้
31.00-31.75 บาท/ดอลลาร์
มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก
- ฝั่งสหรัฐฯ – ไฮไลท์สำคัญ จะอยู่ที่ สถานการณ์การสู้รบระหว่าง สหรัฐฯ-อิสราเอล กับ อิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทิศทางราคาพลังงานโลก และส่งผลต่อเนื่องมายังมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของ FED ได้ โดยล่าสุด บรรดาผู้เล่นในตลาดประเมินโอกาสราว 42% ที่ FED จะสามารถเดินหน้าลดดอกเบี้ยได้ 3 ครั้ง ในปีนี้ นอกจากนี้ มุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED อาจปรับเปลี่ยนได้อย่างมีนัยสำคัญ หลังรับรู้ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ โดยเฉพาะ ข้อมูลตลาดแรงงาน อย่าง ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) เดือนกุมภาพันธ์ พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ (ISM Manufacturing and Services PMIs) ในเดือนกุมภาพันธ์ และยอดค้าปลีก (Retail Sales) เดือนมกราคม ร่วมกับการรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของ FED และนอกเหนือจากประเด็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึง รายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน ที่อาจเป็นอีกปัจจัยสำคัญซึ่งส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในตลาดการเงินได้
- ฝั่งยุโรป – ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจยูโรโซน และแนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ผ่านรายงาน อัตราการเติบโตเศรษฐกิจของยูโรโซน ในไตรมาสที่ 4 ปี 2025 อัตราเงินเฟ้อ CPI ในเดือนกุมภาพันธ์ และยอดค้าปลีกของยูโรโซน เดือนมกราคม นอกจากนี้ บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ ECB เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงิน โดยล่าสุด บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างประเมินว่า ECB มีโอกาสราว 56% ที่จะลดดอกเบี้ย 1 ครั้ง 25bps ในปีนี้
- ฝั่งเอเชีย – ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจจีน ผ่านรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการ ของทางการจีนและ RatingDog (ที่จะเน้นบริษัทขนาดเล็ก-กลาง) ในเดือนกุมภาพันธ์ พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญรายเดือนของเวียดนาม อาทิ อัตราเงินเฟ้อ CPI ยอดผลผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production) ยอดการส่งออก-นำเข้า (Exports & Imports) และยอดค้าปลีก (Retail Sales) ของเดือนกุมภาพันธ์ ในส่วนนโยบายการเงิน ผู้เล่นในตลาดและบรรดานักวิเคราะห์ ต่างประเมินว่า ธนาคารกลางมาเลเซีย (BNM) อาจเลือก “คงดอกเบี้ยนโยบาย” ที่ระดับ 2.75% และมีแนวโน้มที่จะคงดอกเบี้ยตลอดทั้งปี 2026 หลังเศรษฐกิจมาเลเซียยังคงขยายตัวได้สอดคล้องกับการประเมินของ BNM
- ฝั่งไทย – ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ (Business Sentiment) ในเดือนกุมภาพันธ์ รวมถึงปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจดำเนินนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา อย่าง อัตราเงินเฟ้อ CPI เดือนกุมภาพันธ์ นอกจากนี้ ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามนอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ คือ สถานการณ์การสู้รบระหว่าง สหรัฐฯ-อิสราเอล กับ อิหร่าน ที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานได้อย่างมีนัยสำคัญ สร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทยในระยะสั้นได้ หากราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น เช่น ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 80-100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามที่นักวิเคราะห์มีการประเมินไว้ หากอิหร่านปิดช่องแคบ Hormuz อย่างเป็นทางการ (ล่าสุด ในทางปฏิบัติ การเดินเรือในพื้นที่ดังกล่าวได้หยุดชะงักลง หลังกองกำลัง Islamic Revolutionary Guard Corps ของอิหร่าน ได้ประกาศเตือนห้ามมีการเดินเรือในพื้นที่ช่องแคบ Hormuz และเกิดเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำ)

