บิทคอยน์ร่วงลงสู่ระดับ $68k ขณะที่ตลาดคริปโตมีสถิติขาดทุนต่อเนื่อง 4 สัปดาห์
โลกกลั้นหายใจ! "สงคราม vs สันติภาพ"... ทรัมป์ขู่ถล่มโรงงานอิหร่าน! แต่โต๊ะเจรจาเจนีวาเริ่มพรุ่งนี้! ทองยืน 4990 รอระเบิดทางไหน? (SPDR นิ่งสนิท... คลื่นใต้น้ำกำลังก่อตัว!)
Chart Analysis: ภาวะกราฟบีบตัวรุนแรงเพื่อรอเลือกทางครั้งใหญ่!
เปิดตลาดเช้าวันจันทร์ด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบผิดปกติ เหมือนความเงียบก่อนพายุใหญ่จะพัดถล่ม (Calm before the Storm)! หลังจากที่ราคาทองคำเอาตัวรอดจากก้นเหวเมื่อวันศุกร์มาได้ เช้านี้ราคายังคงวิ่งวนเวียนเกาะติดเส้น Daily Pivot ($4,992) อย่างเหนียวแน่น ไม่ยอมเลือกทางใดทางหนึ่ง พฤติกรรมราคาแบบนี้สะท้อนภาวะจิตวิทยาตลาดที่กำลังเข้าสู่โหมด "Wait & See" ขั้นสูงสุด นักลงทุนทั่วโลกต่างชะลอการซื้อขายเพื่อรอดูความชัดเจนจากปัจจัยข่าวใหญ่ที่กำลังจะปะทะกันในสัปดาห์นี้
ปัจจัยหนุนเช้านี้ที่คอยพยุงราคาไม่ให้ร่วงลงลึก คือ "ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk)" ที่กลับมาร้อนระอุ เมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกโรงขู่ด้วยตัวเองว่าจะ "หนุนหลังอิสราเอลถล่มโรงงานขีปนาวุธอิหร่าน" ทันที หากการเจรจาที่กำลังจะเกิดขึ้นประสบความล้มเหลว ข่าวนี้เปรียบเสมือน "ระเบิดเวลา" ที่ทำให้นักลงทุนไม่กล้าเทขายทองคำทิ้ง เพราะหากเกิดการโจมตีจริง ราคาทองคำจะดีดตัวขึ้นรุนแรงในฐานะ Safe Haven ทันที ในขณะเดียวกัน กลุ่ม G7 ก็ออกมาผนึกกำลังหนุนยูเครนเพื่อรับมือภัยมั่นคงโลก ซึ่งยิ่งตอกย้ำความขัดแย้งเชิงโครงสร้างที่ยังไม่จบง่ายๆ
ที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือความเคลื่อนไหวของ Smart Money อย่างกองทุน SPDR ที่วันนี้เลือกที่จะ "นิ่งสนิท (+0.00 ตัน)" ไม่มีการขยับพอร์ตซื้อหรือขายแม้แต่น้อย นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดว่า "รายใหญ่" หรือวาฬในตลาดเองก็ยัง "ไม่มั่นใจ" ในทิศทาง และเลือกที่จะกอดเงินสดหรือทองคำที่มีอยู่เดิมไว้ก่อนเพื่อรอดูผลลัพธ์จากการเจรจาที่เจนีวา การที่วาฬไม่ขยับตัว ทำให้สภาพคล่องในตลาดอาจเบาบาง และเมื่อมีข่าวเข้ามากระทบ ราคาจะเหวี่ยงตัวรุนแรงกว่าปกติ (Low Liquidity, High Volatility)
ในมุมมองทางเทคนิค Timeframe ใหญ่ (D1) กราฟกำลังพยายาม "สร้างฐาน (Base Building)" หลังจากทิ้งไส้เทียนยาวปฏิเสธราคาต่ำเมื่อวันศุกร์ เป็นการพักตัวเพื่อสะสมพลังรอบใหม่ ส่วนใน Timeframe ย่อย H4 และ H1 โครงสร้างราคาถูกบีบอัดในกรอบ "Symmetrical Triangle" (สามเหลี่ยมสมมาตร) บริเวณ Pivot $4,992 อย่างชัดเจน เส้น EMA เริ่มบีบเข้าหากันจนเป็นเกลียว หากราคาสามารถ Breakout ยืนเหนือ $5,005 - $5,010 ได้ มีโอกาสสูงที่จะวิ่งไปทดสอบ R1 ($5,096) แต่ถ้าหลุดกรอบล่างที่ $4,980 ลงมา ให้ระวังแรงขายแบบ Panic Sell ลงไปหา S1 ($4,938) และ S2 ($4,834)
กลยุทธ์วันนี้แนะนำให้เล่นแบบ "Range Bound Strategy (เทรดในกรอบ)" ไปก่อน โดยให้ความสำคัญกับโซนสังหาร $4,980 - $5,005 ฝั่ง Sell: รอราคาเด้งชน $5,000 - $5,005 แล้วไม่ผ่าน (มีแท่งเทียนกลับตัว) ให้เข้า Sell สั้นๆ ฝั่ง Buy: รอราคาย่อมาทดสอบ $4,980 - $4,985 แล้วยืนได้ ให้เข้า Buy สั้นๆ หวังผลรีบาวด์
คำเตือน: หากมีข่าวด่วนเรื่อง "ผลการเจรจา" หรือ "คำสั่งโจมตี" ให้หยุดเทรดหน้าสวนและรอทิศทาง Breakout ทันที!
วิเคราะห์ราคาทองคำ
Gold Analysis (16 กุมภาพันธ์ 2569): ทรัมป์ขู่ศึก! เจรจาเจนีวาค้ำคอ... ทองติด Pivot 4992 รอระเบิด!
Key Levels (แนวรับ-แนวต้านสำคัญ)
Resistance 3 : 5254.87
Resistance 2 : 5150.67
Resistance 1 : 5096.70
Daily Pivot = 4992.51
Support 1 : 4938.54
Support 2 : 4834.34
Support 3 : 4780.37
บทวิเคราะห์ราคาทองคำ
ทองคำวันนี้อยู่ในโหมด "Geopolitical Standoff & Accumulation" (การเผชิญหน้าทางภูมิรัฐศาสตร์และการสะสมพลัง) ราคาปัจจุบันเทรดอยู่ที่ ~$4,994 ตลาดถูกตรึงด้วยความหวังจากโต๊ะเจรจาและความกลัวจากคำขู่สงคราม จุดโฟกัสวันนี้คือการ "ตั้งรับที่ Pivot" และจับตากรอบ $4,980 - $5,005 อย่างใกล้ชิด
ข่าวบวก (หนุนทอง - ทำไมถึงจะขึ้น?):
- Trump’s Ultimatum: ท่าทีแข็งกร้าวของทรัมป์ที่จะหนุนอิสราเอลโจมตีโรงงานขีปนาวุธอิหร่าน หากการคุยไม่รู้เรื่อง เป็นปัจจัยหนุนหลักที่ค้ำคอราคาทองคำไว้ไม่ให้ร่วงลงแรง นักลงทุนบางส่วนถือทองคำเพื่อ Hedging ความเสี่ยงนี้ เพราะหากเกิดสงครามจริง ราคาน้ำมันและทองคำจะพุ่งทะยาน
- G7 Unity vs Splits: รมว.ต่างประเทศ G7 ผนึกกำลังหนุนยูเครน แต่ในขณะเดียวกันก็มีรอยร้าวกับสหรัฐฯ และยุโรป ความไม่แน่นอนในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมหาอำนาจ เป็นผลดีต่อทองคำในระยะยาวในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีความเสี่ยงจากคู่สัญญา (Counterparty Risk)
ข่าวลบ (กดดันทอง - ปัจจัยเสี่ยง/เฝ้าระวัง): - Geneva Talks Hope: การที่อิหร่าน ยูเครน รัสเซีย และสหรัฐฯ นัดคุยกันที่เจนีวา (17-18 ก.พ.) สร้างความหวังว่าสถานการณ์อาจคลี่คลาย (De-escalation) หรืออย่างน้อยก็ชะลอการปะทะออกไป ทำให้นักลงทุนชะลอการไล่ซื้อทองคำในโซนสูง และอาจมีการเทขายทำกำไรหากมีข่าวดีออกมา
- SPDR Pause: กองทุน SPDR หยุดซื้อขาย (+0.00 ตัน) แสดงถึงความลังเลและรอดูสถานการณ์ (Wait & See) ของรายใหญ่ ซึ่งมักจะทำให้ Upside ของราคาถูกจำกัดในช่วงสั้นๆ
ข่าวที่ต้องจับตา (คืนนี้):
USD: Bank Holiday
17-18 ก.พ. (เจนีวา): การเจรจานิวเคลียร์อิหร่าน & รัสเซีย-ยูเครน
Scenario A (เจรจาดี): มีข้อตกลงหยุดยิงหรือขยายเวลาเจรจา
Scenario B (เจรจาล่ม): ทรัมป์สั่งลุย/คว่ำบาตรเพิ่ม/อิหร่าน Walk out
Trend Analysis (Dow Theory + EMA200)
D1 (Daily Timeframe): กราฟรายวันแสดงภาวะ "Indecision / Psychological Rest" (การลังเลและการพักตัวทางจิตวิทยา) อย่างชัดเจน หลังจากวันศุกร์เกิดแท่งเทียนรูปแบบ Pin Bar / Hammer ที่มีหางล่างยาวมาก บ่งบอกถึงการปฏิเสธราคาต่ำที่บริเวณ $4,8xx และมีแรงซื้อกลับเข้ามาปิดเหนือ $4,9xx ได้ วันนี้ (วันจันทร์) เปิดตลาดมาเป็นแท่งเทียนขนาดเล็ก (Small Body / Doji) วิ่งอยู่ภายในกรอบของแท่งวันศุกร์ (Inside Bar Pattern) พฤติกรรมนี้สะท้อนว่าตลาดกำลัง "พักหายใจ" เพื่อรอดูทิศทางข่าวใหม่ ราคายืนอยู่กึ่งกลางระหว่างความหวังที่จะฟื้นตัวกลับไปเหนือ $5,000 และความเสี่ยงที่จะถูกทุบลงไปทดสอบ Low เดิม เส้น EMA ระยะสั้นเริ่มชะลอการลง แต่ EMA200 ยังอยู่ต่ำกว่าราคามาก ซึ่งเป็นแนวรับระยะยาว
H4 (4-Hour Timeframe): โครงสร้างราคากำลังบีบตัวเข้าหากันในรูปแบบ "Symmetrical Triangle / Coiled Spring" (สามเหลี่ยมสมมาตร/ขดลวดสปริง) โดยมีกรอบแนวต้านด้านบนกดลงมาที่โซน $5,000 - $5,010 และแนวรับด้านล่างยกตัวขึ้นไปที่ $4,980 สังเกตได้ว่ากลุ่มเส้น EMA ระยะสั้น (20) และระยะกลาง (50) เริ่มบีบตัวเข้าหากัน (Convergence) จนแทบจะเป็นเส้นเดียวกันและวางตัวในแนวราบ (Flat) บ่งบอกถึงภาวะ "Volatility Squeeze" (การบีบอัดความผันผวน) ซึ่งตามธรรมชาติของกราฟเทคนิค ภาวะนี้มักจะเกิดขึ้นก่อนการ "ระเบิดของราคา (Explosive Move)" ครั้งใหญ่ การเทรดในกรอบนี้ต้องระวัง False Breakout อย่างมาก แนะนำให้รอราคาเลือกทาง Breakout ออกจากกรอบสามเหลี่ยมนี้อย่างชัดเจนก่อน
H1 (1-Hour Timeframe): กราฟวิ่งแบบ "Sideway / Choppy" ออกข้างอย่างน่าเบื่อหน่ายบริเวณเส้น Daily Pivot ที่ $4,992 อินดิเคเตอร์ RSI เลี้ยงตัวอยู่ที่ระดับ 50 ซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางพอดี แสดงถึงความสมดุลของแรงซื้อและแรงขายที่เท่ากันเป๊ะ (Equilibrium) ไม่มีฝั่งไหนคุมตลาดได้ในเวลานี้ ราคาแกว่งตัวข้ามเส้น EMA ไปมา (Whipsaw) ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายสำหรับเทรดเดอร์สาย Trend Following กลยุทธ์ที่ดีที่สุดใน Timeframe นี้คือ "Wait for Breakout Strategy"กรณี Bullish: ถ้ายืนเหนือ $5,005 ได้ด้วยแท่งเทียนเต็มแท่ง -> ให้ Follow Buy เป้า $5,030 กรณี Bearish: ถ้าหลุด $4,980 ลงมา -> ให้ Follow Sell เป้า $4,960
M15/M30: สำหรับสายซิ่ง กราฟในไทม์เฟรมเล็กกำลังวิ่งในกรอบ "Box Range" แคบๆ ระหว่าง $4,988 - $5,000 วอลุ่มการซื้อขายเบาบาง (Dry Volume) แนะนำให้ใช้กลยุทธ์ "Ping Pong Trading" คือดัก Short ที่ขอบบน $5,000 (Stop Loss $5,003) และดัก Long ที่ขอบล่าง $4,988 (Stop Loss $4,985) เก็บกำไรสั้นๆ 300-500 จุด และต้องระวังช่วงตลาดลอนดอนและนิวยอร์กเปิด เพราะอาจมีการกระชากหลอกกิน Stop Loss ได้ง่าย
SPDR GOLD Share Update
กองทุน SPDR ซื้อขายทอง +0.00 ตัน
รายงานการถือครองทองคำแท่งของกองทุน SPDR Gold Share 16 กุมภาพันธ์ 2569
ทองคำแท่งรวมในคลัง SPDR ล่าสุด: 1,077.04 ตัน
ยอดสะสมเดือนกุมภาพันธ์ 2569: -10.06 ตัน
ห้ามพลาด Insight วิเคราะห์เชิงลึก!
เข้าร่วมกับ "RG Academy" เพื่อรับการสอนฟรี ! เทคนิคเฉพาะที่ช่วยให้คุณเข้าใจกลไกราคาได้ลึกกว่าใคร!
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
*การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาก่อนตัดสินใจลงทุน
╔════════════╗
Beyond the trade RG Group
╚════════════╝
#RGGroup #RichGold #เทรดเดอร์มืออาชีพ #Richgoldfx #เทรดทองคำ #ฟรีสวอป #Leverageสูง #ลงทุนทองคำ #เทรดForex #โอกาสลงทุน #ตลาดทองคำ #GoldTrading #FXTrading #เทรดออนไลน์ปี 2026
