เงินดอลลาร์เสี่ยงผันผวนสูง โดยมีโอกาสแข็งค่าขึ้น ลดความคาดหวังลดดอกเบี้ย

เผยแพร่ 26/01/2026 09:42

Economic Highlight

ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ ผลการประชุม FOMC พร้อมควรจับตา ความเสี่ยงการเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนญี่ปุ่น และประเด็นความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับ อิหร่าน

 

 

ราคา

ราคาปัจจุบัน

แนวรับ

แนวต้าน

คาดการณ์แนวโน้ม

USDTHB

30.95

30.80

31.10/31.50

Sideways (แข็งต่อได้ แต่จำกัด) *ยังมีความเสี่ยง Two-Way

ทองคำ**

(ดอลลาร์ต่อออนซ์)

5,050

4,950/5,000

-

Sideways *เสี่ยงพักฐาน

**ราคาทองคำ = Spot Gold price (XAUUSD)

 

 

FX Highlight

  • สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงหนัก ท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล Trump 2.0 และความกังวลต่อแนวโน้มการเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนญี่ปุ่น (JPY)
  • ในช่วงระยะสั้น เราประเมินว่า เงินดอลลาร์เสี่ยงผันผวนสูง โดยมีโอกาสแข็งค่าขึ้นบ้าง หากผลการประชุม FOMC ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของFED แต่หากเกิดการเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนญี่ปุ่นจริง อาจกดดันเงินดอลลาร์เพิ่มเติม
  • สำหรับแนวโน้มเงินบาทนั้น เราประเมินว่า แม้ว่า โมเมนตัมการแข็งค่าของเงินบาท (USDTHB) จะมีกำลังมากขึ้น หลังเงินบาทแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องจากอานิสงส์ของการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำและการแข็งค่าขึ้นของเงินเยนญี่ปุ่น ซึ่งอาจหนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นต่อ จนทะลุโซนแนวรับ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้ ทว่า เราขอย้ำมุมมองเดิมว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทอาจเริ่มชะลอลง
  • ที่น่าสนใจ เราพบว่า สัญญาจากตลาด Options สะท้อนว่า ผู้เล่นในตลาดได้ปรับเพิ่มมุมมอง “เชิงลบ” ต่อเงินบาทมากขึ้น สะท้อนว่า ผู้เล่นในตลาดอาจประเมินว่า เงินบาทเสี่ยงพลิกกลับมาอ่อนค่าได้พอควร เมื่อแข็งค่าเข้าใกล้โซนแนวรับ 31.00 บาทต่อดอลลาร์
  • ทั้งนี้ เรายอมรับว่า เงินบาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้นต่อได้ ตราบใดที่ ราคาทองคำ (XAUUSD) ยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง แต่เรามองว่า ราคาทองคำได้ปรับตัวขึ้น “เร็ว แรง” เสี่ยงเข้าสู่การพักฐาน (Correction) ในระยะสั้นได้ไม่ยาก หากอ้างอิงจากสถิติในอดีต
  • นอกจากนี้ หากมีการเข้าแทรกแซงเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) จริง อาจช่วยหนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นได้บ้าง แต่ต้องเห็นปัจจัยหนุนสำคัญ เช่น ผู้เล่นในตลาดเชื่อมั่นในธีม Sell America มากขึ้น หรือ มั่นใจว่า เฟดจะสามารถลดดอกเบี้ยได้มากกว่าที่กำลังคาดหวังอยู่
  • และหากเงินบาทแข็งค่าขึ้นทะลุโซน 31.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้จริง พร้อมแข็งค่าต่อทดสอบโซน 30.50-30.75 บาทต่อดอลลาร์ เรามองว่า เงินบาทแข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐาน (แถว 33-34 บาทต่อดอลลาร์) หรือเข้าสู่โซน Overvalued อย่างมีนัยสำคัญ เพิ่มความเสี่ยงที่เงินบาทจะอ่อนค่าลงในระยะ 3-6 เดือนข้างหน้า
  • ในเชิงเทคนิคัลนั้น เรามองว่า หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าขึ้น จนกว่าจะสามารถอ่อนค่าทะลุโซน 31.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน ส่วนในแนวโน้มระยะกลางนั้น (ประเมินด้วย Time Frame Weekly) เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าขึ้น จนกว่าจะสามารถอ่อนค่าทะลุโซน 31.80 บาทต่อดอลลาร์ และเราจะปรับมุมมองต่อแนวโน้มเงินบาทใหม่ หากสามารถอ่อนค่าทะลุเส้นค่าเฉลี่ย 30 สัปดาห์ แถวโซน 32.10-32.20 บาทต่อดอลลาร์
  • ทั้งนี้ แนวต้านของเงินบาท (USDTHB) อยู่แถว 31.10 บาทต่อดอลลาร์ (แนวต้านถัดไป 31.30-31.50 บาทต่อดอลลาร์)  ส่วนโซนแนวรับแรกจะอยู่ในช่วง 30.80 บาทต่อดอลลาร์ (แนวรับถัดไป 30.50 บาทต่อดอลลาร์)

 

 

Gold Highlight

  • นับตั้งแต่ช่วง สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำ (XAUUSD) ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์อีกครั้ง ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ร้อนแรงขึ้น และการอ่อนค่าลงต่อเนื่องของเงินดอลลาร์ โดยเฉพาะในช่วงวันศุกร์จากประเด็นความกังวลว่า ทางการสหรัฐฯ อาจร่วมมือกับทางการญี่ปุ่น เข้าแทรกแซงค่าเงินเยนญี่ปุ่น
  • ราคาทองคำยังเสี่ยงเคลื่อนไหวผันผวนอยู่ ตามประเด็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ โดยหากผู้เล่นในตลาดคลายกังวลต่อประเด็นดังกล่าว ก็อาจกดดันราคาทองคำได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • นอกจากนี้ มุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดจะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำ โดยต้องรอลุ้น ผลการประชุม FOMC และต้องจับตาถ้อยแถลงของประธาน FED Jerome Powell
  • ส่วนประเด็นความเป็นอิสระของเฟด ก็อาจหนุนราคาทองคำได้ โดยต้องติดตามการพิจารณาคดี Trump v. Cook รวมถึงการฟ้องอาญาต่อประธานเฟด Jerome Powell  
  • บรรยากาศในตลาดการเงินโดยรวมก็อาจส่งผลกระทบต่อราคาทองคำได้ หลังผู้เล่นในตลาดโดยรวมยังคงทยอยเปิดรับความเสี่ยง ซึ่งอาจจำกัดการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำบ้าง โดยต้องรอลุ้น รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะหุ้นเทคฯ ใหญ่
  • และที่สำคัญ ประเด็นความกังวลเสถียรภาพการคลังของบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลัก ก็สามารถเป็นอีกปัจจัยที่หนุนความต้องการถือครองทองคำได้ (ธีม Currency Debasement เพิ่มความน่าสนใจในการถือทองคำ) ซึ่งต้องรอลุ้นประเด็นการเมืองญี่ปุ่นและทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของ BOJ
  • ความผันผวนของราคาทองคำ (1-month volatility) ยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้ผู้เล่นในตลาดควรระมัดระวังและติดตามการเคลื่อนไหวของราคาทองคำอย่างใกล้ชิด
  • ทั้งนี้ ในเชิงเทคนิคัล หากประเมินจากกลยุทธ์ Trend-Following ในระยะสั้น ราคาทองคำ (XAUUSD) จะยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นอีกครั้ง ตราบใดที่สามารถทรงตัวเหนือโซน 4,850 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้
  • อย่างไรก็ดี ควรระวังแรงขายทำกำไร หากราคาทองคำปรับตัวขึ้นเร็ว แรง จนห่างออกจากเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน อย่างมีนัยสำคัญ เช่น เกิน +30% ในระยะสั้น (ล่าสุด +35%)
  • ภายใต้แนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ ที่ยังพอมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้บ้าง แต่เสี่ยงที่จะเข้าสู่ช่วงพักฐานในระยะสั้น ทำให้เรามองว่า กลยุทธ์ที่น่าสนใจ คือ รอจังหวะ Buy on Dip (ขอย้ำว่า ไม่ควร ไล่ราคาซื้อ) สำหรับผู้เล่นที่ต้องการถือทองคำบ้างในพอร์ตการลงทุน 5%-10% เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยง ส่วนผู้เล่นในตลาดที่มีสถานะลงทุนแล้ว ก็อาจ Let Profits Run หรืออาจทยอยพิจารณาขายทำกำไร ในกรณีที่ ราคาทองคำพลิกกลับมาปรับตัวลงทะลุโซน 4,850 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงการปรับตัวลดลงต่อเนื่องของราคาทองคำ

 

 

Economics Highlight

สถานการณ์/เหตุการณ์สำคัญ

ผลกระทบต่อ

ค่าเงินบาท

ราคาทองคำ

สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่าน

ปัจจัยบวก *แต่ต้องจับตาทิศทางราคาน้ำมันดิบ (น้ำมันดิบพุ่ง กดดันเงินบาท)

ปัจจัยบวก

สหรัฐฯ เดินหน้านโยบายกีดกันทางการค้าและมาตรการอื่นๆ เพื่อกดดันให้ เดนมาร์กและพันธมิตรยุโรป ยอมเจรจาขายกรีนแลนด์

ปัจจัยบวก *แต่ต้องจับตาทิศทางเงินดอลลาร์ด้วยเช่นกัน

ปัจจัยบวก

FED คงดอกเบี้ยตามคาด แต่ประธาน FED Jerome Powell ย้ำจุดยืน ไม่เร่งรีบ เดินหน้าลดดอกเบี้ย

ปัจจัยลบเล็กน้อย

ปัจจัยลบเล็กน้อย

ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) ของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงและออกมาต่ำกว่าคาด

ปัจจัยลบเล็กน้อย

ปัจจัยลบเล็กน้อย

ทางการญี่ปุ่นและทางการสหรัฐฯ ร่วมมือเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนญี่ปุ่น

ปัจจัยบวกระยะสั้น

ปัจจัยบวกระยะสั้น

บรรยากาศปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน จากความกังวลมูลค่าหุ้นธีม AI/Semiconductor ที่อยู่ในระดับสูง

ปัจจัยบวกเล็กน้อย

ปัจจัยบวก

บรรดานักลงทุนต่างชาติยังคงเดินหน้าซื้อหุ้นไทยเพิ่มเติม

ปัจจัยบวกเล็กน้อย

-

บรรดานักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้ามาซื้อบอนด์ไทย หลังบอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงก่อนหน้า

ปัจจัยบวกเล็กน้อย

-

 

Week Ahead Calendar

1234

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย