ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
ทิศทางราคาทองคํา
ราคาทองคํายังคงปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยขึ้นมาทดสอบแนวต้าน 4,500 เหรียญ ท่ามกลางสภาวะตลาดที่มีค วามผันผวนสูง จากปัจจัยหนุนความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในเวเนซุเอลา ขณะที่ในคืนนี้ตลาดจับตาการประกาศตัวเลข การจ้างงานภาคเอกชน (ADP Nonfarm Payrolls) ของสหรัฐฯ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 49,000 ตําแหน่ง จาก เดิมที่ติดลบ 32,000 ตําแหน่ง โดยหากตัวเลขออกมาแข็งแกร่งตามคาดอาจส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าขึ้นและ กลายเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคําในระยะสั้น นอกจากประเด็นด้านภาคแรงงานแล้ว ในวันศุกร์นี้ตลาดยังเฝ้าจับตาคํา วินิจฉัยของศาลสูงสุดสหรัฐฯ เกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายในการบังคับใช้อํานาจฉุกเฉิน (IEEPA) ปี 1977 เพื่อเรียกเก็บ กําแพงภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งหากศาลตัดสินให้เป็นโมฆะอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อความเชื่อมั่น ทางเศรษฐกิจและการคืนภาษีมูลค่ามหาศาล ขณะเดียวกันประเด็นความร้อนแรงระหว่างประเทศ ยังมีสัญญาณเพิ่มขึ้นจาก การที่ประธานาธิบดีทรัมป์แสดงท่าทีสนใจเข้าครอบครองกรีนแลนด์จากเดนมาร์ก ซึ่งเป็นประเด็นใหม่ที่นักลงทุนต้อง ติดตามอย่างใกล้ชิดเนื่องจากอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ในกลุ่มพันธมิตร NATO สําหรับภาพรวมตลาดสินทรัพย์อื่นๆ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงปรับตัวขึ้นได้อย่างแข็งแกร่งโดยได้รับแรงหนุนหลักจาก หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในขณะที่ราคานํ้ามันยังคงเผชิญแรงกดดันในทิศทางขาลงจากปริมาณอุปทาน (Supply) ที่เพิ่มสูงขึ้นในตลาด ส่วนโลหะมีค่าประเภทอื่นๆปรับตัวสูงขึ้นตามทิศทางราคาทองคํา ในขณะที่กองทุนทองคํา SPDR วันก่อนหน้าซื้อสุทธิ 2 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,067.13 ตันภาพรวมเดือนมกราคม ขาย สุทธิ 4.86 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 4.86 ตัน
วิเคราะห์ราคาทองคําทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิคราคาทองคํายังคงอยู่ในทิศทางขาขึ้น โดยสามารถสร้างโมเมนตัมเชิงบวก ในการปิดปรับ ตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง 3 ติดต่อกัน ขณะที่เมื่อวานนี้ราคาขยับขึ้นทดสอบแนวต้านทางจิตวิทยาที่ระดับ 4,500 เหรียญ ซึ่งถือเป็นด่านสําคัญก่อนทดสอบจุดสูงสุดเดิม (All-Time High) ที่บริเวณ 4,550 เหรียญ อย่างไรก็ตามแม้ภาพรวมใหญ่จะเป็นบวก แต่ในระยะสั้นราคามีโอกาสเผชิญสภาวะความผันผวนสูง และแรง ขายทํากําไร (Profit Taking) ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเข้าใกล้จุดสูงสุดเดิม ประเมินกรอบระยะสั้น แนวรับที่ 4,450-4,420 เหรียญ และแนวต้านที่ 4,520-4,550 เหรียญ ขณะที่ทองไทยจะมีแนวรับที่ 65,700 บาท และ แนวต้านที่ 66,500 บาท
บทวิเคราะห์ข้างต้นจัดทำขึ้นสำหรับกลุ่มลูกค้าของบริษัทฯเท่านั้น และเป็นการวิเคราะห์โดยยึดหลักตาม Technical Analysis ทั้งนี้ บริษัทฯไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ต่อการวิเคราะห์ข้างต้น นักลงทุนทุกท่านโปรดระลึกเสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนด้วยตัวของท่านเอง บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นโดย สถาบันการลงทุนทองคำ แม่ทองสุก MTS สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 0 2770 7788 หรือทางเว็บไซต์ mtsgold.co.th
