ราคาทองคําทรงตัวก่อนข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ แต่ยังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์
ทิศทางราคาทองคํา
ราคาทองคําในวันศุกร์ที่ 2 ม.ค. 2569 ซึ่งเป็นวันทําการแรกของปี เผชิญแรงเทขายค่อนข้างหนาแน่น โดยเฉพาะจากกองทุน SPDR Gold Trust ที่ขายทองคําออกมากกว่า 5.43 ตัน ส่งผลให้ราคาทองคําอ่อนตัวลงในช่วงปลายตลาดและปิดที่บริเวณ 4,330 เหรียญ ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงกดดันบรรยากาศการลงทุน อย่างไรก็ดี ภาพรวมตลาดทองคําในปี 2025 ยังคงโดดเด่น โดยราคาทองคําปิดสิ้นปีบริเวณ 4,313 เหรียญ ปรับตัวเพิ่มขึ้นตลอดทั้งปีราว 65% ขณะที่ราคาเงิน (Silver) ปิดที่ระดับประมาณ 71.6 เหรียญ เพิ่มขึ้นกว่า 148% สะท้อนแรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยและกระแสการกระจาย ความเสี่ยงออกจากเงินดอลลาร์สหรัฐ สําหรับแนวโน้มในปี 2026 ตลาดยังคงมองว่าทองคําและโลหะเงินอยู่ในทิศทางขาขึ้น จากปัจจัยสนับสนุนสําคัญ ได้แก่ การ ลดการถือครองเงินดอลลาร์ในระบบการเงินโลก แนวโน้มการอ่อนค่าของดัชนีดอลลาร์ และความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ระหว่างสหรัฐฯ ต่อเวเนซุเอลา ล่าสุดในช่วงเช้าวันนี้ ราคาทองคําเปิดตลาดปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง แตะระดับใกล้ 4,400 เหรียญ เพิ่มขึ้นมากกว่า 60 เหรียญ จากระดับปิดก่อนหน้า ขณะที่ราคา Silver เปิดตลาดปรับตัวขึ้นจากบริเวณ 73.9 เหรียญ ไปแตะระดับ ราว 75.5 เหรียญ สะท้อนแรงซื้อที่ยังคงต่อเนื่อง ด้านราคาทองคําในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 500 บาท มาอยู่ที่ระดับประมาณ 65,400 บาทต่อบาททองคํา จากแรงหนุนของกระแสการเข้าถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย โดยภาพรวม ประเมินว่าทั้งทองคําและ Silver ยังคงเหมาะสําหรับการถือครองหรือทยอยสะสมในพอร์ตการลงทุนในปีนี้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระมัดระวังความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น จากสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน สูง ทั้งนี้ ตลาดยังคงคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้งในปีนี้ แม้ในช่วงต้นปี โดยเฉพาะเดือนมกราคม เฟดมีแนวโน้มชะลอการดําเนินนโยบายและคงอัตราดอกเบี้ยไว้ก่อน ซึ่งโดยภาพรวมแล้ว ทิศทางดอกเบี้ย ขาลงยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดทองคําในระยะถัดไป
วิเคราะห์ราคาทองคําทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคํายังคงแกว่งตัวในภาวะผันผวน แต่โครงสร้างแนวโน้มหลักยังคงเป็นขา ขึ้น โดยประเมินว่าตลอดปีนี้ราคาทองคํายังมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นต่อ จากแรงสนับสนุนของปัจจัย พื้นฐานที่แข็งแกร่ง ขณะที่มุมมองทางเทคนิคคาดว่าการเคลื่อนไหวระยะสั้นจะอยู่ในกรอบผันผวนใน กรอบ 100 เหรียญ จึงยังคงแนะนํากลยุทธ์ทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว เพื่อบริหารต้นทุนและความ เสี่ยงอย่างเหมาะสม ประเมินกรอบระยะสั้น แนวรับที่ 4,350-4,330 เหรียญ และแนวต้านที่ 4,430-4,450 เหรียญ ขณะที่ทองไทยจะมีแนวรับที่ 65,000 บาท และแนวต้านที่ 65,800 บาท
บทวิเคราะห์ข้างต้นจัดทำขึ้นสำหรับกลุ่มลูกค้าของบริษัทฯเท่านั้น และเป็นการวิเคราะห์โดยยึดหลักตาม Technical Analysis ทั้งนี้ บริษัทฯไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ต่อการวิเคราะห์ข้างต้น นักลงทุนทุกท่านโปรดระลึกเสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนด้วยตัวของท่านเอง บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นโดย สถาบันการลงทุนทองคำ แม่ทองสุก MTS สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 0 2770 7788 หรือทางเว็บไซต์ mtsgold.co.th
