ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
ราคาทองคําปรับตัวขึ้นทําสถิติสูงสุดใหม่เหนือระดับ 4,470 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากแรงหนุนผสมผสานทั้งด้านนโยบาย การเงินและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ โดยตลาดยังให้น้ําหนักว่า เฟดมีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้งในปี ซึ่งกดดันค่าเงินดอลลาร์และเพิ่มความน่าสนใจของทองคําในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย อีก หน้า ทั้ง เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน หลังรัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นส่งสัญญาณพร้อมแทรกแซงตลาดเพื่อสกัดการ อ่อนค่าของเยน ด้านปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นหลังสหรัฐยกระดับมาตรการทางทะเลต่อเวเนซุเอลา ส่งผลให้นักลงทุนหันเข้าถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น Bloomberg รายงานว่าราคาทองคําทําสถิติสูงสุดใหม่ เป็นครั้งที่ 50 ในปีนี้ และมีแนวโน้มทดสอบระดับ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากวัฏจักร ดอกเบี้ยขาลง การเข้าซื้อทองคําของธนาคารกลางทั่วโลก และกระแสเงินไหลเข้า ETF ทองคําอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ World Gold Council และ Goldman Sachs ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มราคาทองคําในระยะถัดไป โดย ประเมินว่าราคายังมีโอกาสปรับขึ้นต่อในระยะกลางถึงยาว ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง ใกล้ชิด ซึ่งอาจมีผลต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์และความผันผวนของราคาทองคําในช่วงต่อไป
คําแนะนํา
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน ขายทํากําไรหากไม่ผ่าน 4,507-4,535 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• พร้อมขยับ Trailing Stop มาที่ 4,349 เพื่อ Lock กําไร
• การเข้าซื้ออาจเสี่ยงซื้อถ้าราคาไม่หลุด 4,420-4,397 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• ตัดขาดทุนหากหลุด 4,349 ดอลลาร์ต่อออนซ์
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
