หุ้น BYD เพิ่มขึ้นหลังมีรายงานเรื่องความร่วมมือด้านแบตเตอรี่กับ Ford
Economic Highlight
ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ ผลการประชุมธนาคารกลาง (BOT, BOE, ECB และ BOJ) รวมถึงรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ
|
ราคา |
ราคาปัจจุบัน |
แนวรับ |
แนวต้าน |
คาดการณ์แนวโน้ม |
|
31.55 |
31.00/31.50 |
31.80/32.00 |
Sideways Down *ยังมีความเสี่ยง Two-Way และอาจผันผวนสูง |
|
|
ทองคำ** (ดอลลาร์ต่อออนซ์) |
4,300 |
4,100/4,200 |
4,350/New All-time High |
Sideways/Sideways Up *อาจทำ New High ใหม่ |
**ราคาทองคำ = Spot Gold price (XAUUSD)
FX Highlight
- สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินดอลลาร์ยังคงอ่อนค่าลง หลังผู้เล่นในตลาดต่างมั่นใจว่า เฟดจะสามารถลดดอกเบี้ยได้มากกว่าที่ระบุไว้ใน Dot Plot ล่าสุด
- ในส่วนเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์เสี่ยงเผชิญ Two-Way risk (พร้อมเคลื่อนไหวสองทิศทาง) ตามการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด หลังรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้
- ขณะเดียวกัน ผลการประชุมธนาคารกลางหลัก โดยเฉพาะ BOJ ก็อาจกระทบต่อเงินดอลลาร์ได้ ผ่านการเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) โดยหาก BOJ เซอร์ไพรส์ตลาด ด้วยการคงดอกเบี้ย หรือ แม้จะขึ้นดอกเบี้ยตามคาด แต่ไม่ได้ส่งสัญญาณพร้อมขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ก็อาจกดดันให้เงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่าลงต่อได้
- นอกจากนี้ ภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน แม้อาจจะพอช่วยหนุนเงินดอลลาร์บ้าง จากความต้องการถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่หากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับฐานหนัก เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดอาจเลือกที่จะถือสินทรัพย์อื่นๆ มากกว่าเงินดอลลาร์ได้
- เนื่องจากประเทศไทยได้เข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว อีกทั้งเรายังคงประเมินว่า การลดดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทยในการประชุมเดือนธันวาคมนี้ จะไม่ได้กดดันให้เงินบาทอ่อนค่าอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้เราประเมินว่า เงินบาท (USDTHB) มีแนวโน้มทยอยแข็งค่าขึ้นในลักษณะ Sideways Down ไปจนถึงช่วงไตรมาสแรกของปีหน้าได้
- แต่ในระยะสั้น การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทก็อาจชะลอลงบ้าง และเงินบาทยังคงเผชิญความเสี่ยง Two-Way Risk (พร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง) ไม่ต่างกับเงินดอลลาร์ ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการปรับดอกเบี้ยนโยบายของเฟด
- นอกจากแนวโน้มเงินดอลลาร์นั้น ควรติดตามทิศทางราคาทองคำ เงินหยวนจีน (CNY) และฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติที่จะกระทบต่อเงินบาทได้
- ในเชิงเทคนิคัลนั้น เงินบาทจะกลับเข้าสู่แนวโน้มอ่อนค่าลงอีกครั้ง หากเงินบาท (USDTHB) สามารถอ่อนค่าลงเหนือโซน 32.00 บาทต่อดอลลาร์ เมื่อประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following และเราอาจต้องปรับมุมมองใหม่ต่อแนวโน้มเงินบาท หากสามารถอ่อนค่าทะลุโซน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้สำเร็จ
- ทั้งนี้ แนวต้านของเงินบาท (USDTHB) อยู่แถว 31.80-32.00 บาทต่อดอลลาร์ (แนวต้านถัดไป 32.30 บาทต่อดอลลาร์ และโซน 32.50 บาทต่อดอลลาร์) ส่วนโซนแนวรับแรกจะอยู่ในช่วง 31.50 บาทต่อดอลลาร์ (แนวรับถัดไป 31.00 บาทต่อดอลลาร์)
Gold Highlight
- นับตั้งแต่ช่วง สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำ (XAUUSD) พลิกกลับมาปรับตัวสูงขึ้น หลังผู้เล่นในตลาดทยอยปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด นอกจากนี้ ภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน จากความกังวลหุ้นธีม AI/Semiconductor ก็มีส่วนหนุนราคาทองคำเพิ่มเติม
- ราคาทองคำก็อาจพอได้แรงหนุนจากภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน (Risk-Off) ในช่วงนี้ได้ หากผู้เล่นในตลาดยังคงกังวลกับความเสี่ยงฟองสบู่ราคาหุ้นธีม AI/Semiconductor รวมถึงแนวโน้มผลประกอบการของหุ้นกลุ่มดังกล่าว
- เราประเมินว่า ภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินจากปัจจัยดังกล่าวอาจไม่ได้ช่วยหนุนความต้องการถือครองเงินดอลลาร์มากนัก เนื่องจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะ Underperform ตลาดหุ้นอื่นๆ ได้ เปิดทางให้ผู้เล่นในตลาดอาจเลือกถือสินทรัพย์อื่นๆ เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยแทนเงินดอลลาร์ได้เช่นกัน
- นอกจากนี้ พัฒนาการของการเจรจาเพื่อยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน ก็อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามและสามารถกระทบราคาทองคำได้อย่างมีนัยสำคัญ
- ความผันผวนของราคาทองคำ (1-month volatility) ยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้ผู้เล่นในตลาดควรระมัดระวังและติดตามการเคลื่อนไหวของราคาทองคำอย่างใกล้ชิด
- ทั้งนี้ ในเชิงเทคนิคัล หากประเมินจากกลยุทธ์ Trend-Following โมเมนตัมขาขึ้นของราคาทองคำ (XAUUSD) ยังมีอยู่ และราคาทองคำจะยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ตราบใดที่ราคาทองคำไม่ได้ปรับตัวลดลงหลุดโซน 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างชัดเจน
- ภายใต้แนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ ที่ยังพอมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้บ้าง แต่เสี่ยงที่จะเข้าสู่ช่วงพักฐานในระยะสั้น ทำให้เรามองว่า กลยุทธ์ที่น่าสนใจ คือ รอจังหวะ Buy on Dip (ขอย้ำว่า ไม่ควร ไล่ราคาซื้อ) สำหรับผู้เล่นที่ต้องการถือทองคำบ้างในพอร์ตการลงทุน 5%-10% เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยง ส่วนผู้เล่นในตลาดที่มีสถานะลงทุนแล้ว ก็อาจ Let Profits Run หรืออาจทยอยพิจารณาขายทำกำไร ในกรณีที่ ราคาทองคำกลับมาปรับตัวขึ้นทะลุโซน 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์
Economics Highlight
|
สถานการณ์/เหตุการณ์สำคัญ |
ผลกระทบต่อ |
|
|
ค่าเงินบาท |
ราคาทองคำ |
|
|
ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมของสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด |
ปัจจัยลบ |
ปัจจัยลบ |
|
อัตราเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ ชะลอตัวลงต่อเนื่อง และต่ำกว่าคาด |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
|
ยอดค้าปลีก (Retail Sales) ของสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าคาด |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
|
ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการของสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น และออกมาดีกว่าคาด |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
|
ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) ของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงและออกมาต่ำกว่าคาด |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
|
BOE ลดดอกเบี้ยตามคาด และส่งสัญญาณพร้อมลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
|
ECB คงดอกเบี้ยตามคาด และแต่ไม่ปิดโอกาสลดดอกเบี้ยในอนาคต หากจำเป็น |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
|
ยอดการจ้างงานอังกฤษชะลอตัวลงเพิ่มเติม และออกมาแย่กว่าคาด |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
ปัจจัยลบเล็กน้อย *ถ้าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น |
|
อัตราเงินเฟ้อ CPI ของอังกฤษ ชะลอตัวลงมากขึ้นและออกมาต่ำกว่าคาด |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
ปัจจัยลบเล็กน้อย *ถ้าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น |
|
BOJ ขึ้นดอกเบี้ยตามคาด และส่งสัญญาณพร้อมขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
|
บรรยากาศปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน จากความกังวลมูลค่าหุ้นธีม AI/Semiconductor ที่อยู่ในระดับสูง |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
ปัจจัยบวก |
|
กนง. ลดดอกเบี้ยตามคาด แต่ไม่ได้ส่งสัญญาณพร้อมลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมที่ชัดเจน |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
- |
|
บรรดานักลงทุนต่างชาติยังคงเดินหน้าขายหุ้นไทยเพิ่มเติม |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
- |
|
บรรดานักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้ามาซื้อบอนด์ไทย หลังบอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงก่อนหน้า |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
- |
Week Ahead Calendar

