ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
ราคาทองคําวันนี้ (11 ธ.ค.) อ่อนตัวลงจากแรงขายทํากําไรหลังพุ่งขึ้นต่อเนื่อง 3 วันและเข้าใกล้ระดับ สูงสุดรอบเดือนตุลาคม แม้ก่อนหน้านี้ราคาจะได้แรงหนุนจากการลดดอกเบี้ยของเฟด อย่างไรก็ดี Goldman Sachs ประเมินว่าเฟดอาจลดดอกเบี้ยแบบ normalization cuts อีก 2 ครั้งในปี 2026 สู่ระดับ 3-3.25% ซึ่งหากเส้นทางดอกเบี้ยลดลงตามคาด ดอลลาร์จะมีแนวโน้มอ่อนค่าและช่วยพยุง ราคาทองคํา แต่หากเฟดส่งสัญญาณเข้มงวดมากกว่าคาด ราคาทองคําอาจเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นปัจจัยสําคัญที่ช่วยจํากัด downside ของทองคํา สหรัฐฯ ยึดเรือ บรรทุกน้ํามันที่ถูกคว่ําบาตรใกล้เวเนซุเอลา และส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดร่วมกับญี่ปุ่นแสดงกําลัง หลัง จีน-รัสเซียซ้อมรบรอบญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งยกระดับความตึงเครียดในภูมิภาคและยังคงสนับสนุน แรงซื้อทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ทั้งนี้ ตลาดจับตาผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน ดุลการค้า และ การประมูลพันธบัตร 30 ปี ซึ่งล้วนมีผลต่อดอลลาร์และทิศทางราคาทองคําในระยะถัดไป.
คําแนะนํา
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน เสี่ยงซื้ออีกครั้งถ้าราคาไม่หลุด 4,204 - 4,181 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• ตัดขาดทุนหากหลุด 4,181 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• ขายทํากําไร หากไม่ผ่าน 4,265-4,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• ผ่าน 4,265 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ชะลอไปขายที่ต้านถัดไป
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
