ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
ทิศทางราคาทองคํา
ราคาทองคํายังคงทรงตัวอยู่ที่ระดับ 4,200 เหรียญ แม้ว่าจะมีแรงซื้อหนุนให้ราคาปรับตัวขึ้นไป แตะบริเวณ 4,260 เหรียญในช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่ก็มีแรงเทขายทํากําไรกลับลงมา ทําให้ภาพ รวมยังคงมีความผันผวนและไม่แน่นอน โดยโฟกัสหลักของตลาดในขณะนี้อยู่ที่การประชุมนโยบาย การเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 9-10 ธันวาคมนี้ เครื่องมือ FedWatch ของ CME ได้บ่งชี้ถึงความน่าจะเป็นที่สูงมาก โดยประเมินว่ามีความเป็นไปได้ถึง 87.2% ที่ Fed จะ ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุมครั้งนี้ แม้ความคาดหวังจะสูง แต่ตลาดก็ยัง คงต้องรอการตัดสินใจที่ชัดเจนจาก Fed เพื่อนํามาประเมินทิศทางของราคาทองคําต่อไป ในด้าน ของดัชนีดอลลาร์ (DXY) ยังคงทรงตัว อ่อนค่าลงมาอยู่ที่บริเวณ 98.9 จุด ขณะที่ค่าเงินบาท เปิด ตลาดมาที่ระดับแข็งค่าที่ 31.85 บาท/ดอลลาร์ และยังมีแนวโน้มที่จะแข็งค่าได้ต่อ ตามการปรับลดลง และอ่อนตัวของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคําในประเทศได้ ภาพรวม แล้วนักลงทุนยังคงต้องติดตามผลการประชุม Fed อย่างใกล้ชิด โดยในระยะสั้นราคาทองคํายังคง อยู่ในช่วง “รอสัญญาณการเลือกทาง” และน่าจะยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways ต่อไปจนกว่า จะมีการตัดสินใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารกลางสหรัฐฯ
วิเคราะห์ราคาทองคําทางเทคนิค
ในทางเทคนิค ราคาทองคํายังคงแสดงความผันผวนและไม่แน่นอน โดยคาดว่าจะมีการ เคลื่อนไหวในกรอบ "Sideways" ต่อไป เพื่อรอสัญญาณการเลือกทางที่ชัดเจนจากปัจจัยพื้นฐาน โดยภาพรวมใหญ่ยังคงประเมินว่าเป็นแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) แต่ให้ระวังความผันผวนที่อาจ เกิดขึ้นในระยะสั้น ประเมินกรอบระยะสั้น แนวรับที่ 4,190-4,170 เหรียญ และแนวต้านที่ 4,235-4,255 เหรียญ ขณะที่ทองไทยจะมีแนวรับที่ 63,100 บาท และแนวต้านที่ 63,900 บาท
บทวิเคราะห์ข้างต้นจัดทำขึ้นสำหรับกลุ่มลูกค้าของบริษัทฯเท่านั้น และเป็นการวิเคราะห์โดยยึดหลักตาม Technical Analysis ทั้งนี้ บริษัทฯไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ต่อการวิเคราะห์ข้างต้น นักลงทุนทุกท่านโปรดระลึกเสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนด้วยตัวของท่านเอง บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นโดย สถาบันการลงทุนทองคำ แม่ทองสุก MTS สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 0 2770 7788 หรือทางเว็บไซต์ mtsgold.co.th
