ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
ทิศทางราคาทองคํา
ราคาทองคํายังคงเคลื่อนไหวในกรอบ โดยมีการแกว่งตัวลดลงมาทดสอบที่บริเวณ 4,190 เหรียญ ก่อนจะสามารถกลับขึ้นมาปิดเหนือระดับ 4,200 เหรียญได้อีกครั้ง แรงหนุนสําคัญมาจาก ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐฯ ที่เปิดเผยออกมาเมื่อวานนี้ ติดลบถึง 32,000 ตําแหน่ง ซึ่งถือเป็นการหดตัวรุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 2 ปี ตัวเลขดังกล่าวเป็นสัญญาณบ่งชี้ชัดเจนถึงความ อ่อนแอที่เริ่มเกิดขึ้นในตลาดแรงงานสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขภาคบริการสหรัฐ กลับส่ง สัญญาณเชิงบวก โดยดัชนี ISM Services PMI เดือนพฤศจิกายนปรับขึ้นไปอยู่ที่ 52.6 ซึ่งเป็นระดับ สูงสุดในรอบ 9 เดือน และยังคงบ่งชี้ถึงการขยายตัวที่ดีของภาคบริการ ในขณะเดียวกัน ค่าเงิน ดัชนีดอลลาร์ได้ปรับตัวอ่อนค่าลง -0.41% มาอยู่ที่ระดับ 98.87 จุด ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนราคา ทองคํา ส่วนค่าเงินบาทเปิดที่ 31.90 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากปิดก่อนหน้า 31.92 บาท ต่อดอลลาร์ นักลงทุนยังคงต้องจับตาตัวเลขเศรษฐกิจที่จะเปิดเผยในคืนนี้ รวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ใน คืนวันศุกร์ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสําคัญในการตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด ในสัปดาห์หน้า โดยรวมแล้ว ตลาดทองคํายังคงมีปัจจัยสนับสนุนจากการคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของเฟด และ ยังคงแนะนําให้ทยอยซื้อเมื่อราคาย่อตัว เพื่อรอแรงหนุนจากการตัดสินใจของเฟดในสัปดาห์หน้า
วิเคราะห์ราคาทองคําทางเทคนิค
ในทางเทคนิค ราคาทองคําในระยะสั้นกําลังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบ (Sideway) ระหว่าง 4,190 ถึง 4,235 เหรียญ การเคลื่อนไหวนี้บ่งชี้ว่าตลาดกําลังรอสัญญาณการ Breakout และยัง คงแนะนํากลยุทธ์ "ซื้อสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว" ประเมินกรอบระยะสั้น แนวรับที่ 4,190-4,170 เหรียญ และแนวต้านที่ 4,235-4,255 เหรียญ ขณะที่ทองไทยจะมีแนวรับที่ 63,100 บาท และแนวต้านที่ 63,900 บาท
บทวิเคราะห์ข้างต้นจัดทำขึ้นสำหรับกลุ่มลูกค้าของบริษัทฯเท่านั้น และเป็นการวิเคราะห์โดยยึดหลักตาม Technical Analysis ทั้งนี้ บริษัทฯไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ต่อการวิเคราะห์ข้างต้น นักลงทุนทุกท่านโปรดระลึกเสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนด้วยตัวของท่านเอง บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นโดย สถาบันการลงทุนทองคำ แม่ทองสุก MTS สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 0 2770 7788 หรือทางเว็บไซต์ mtsgold.co.th
