ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
Highlight ปัจจัยสําคัญ
• วันศุกร์ ราคาทองคําปิดบวก $66.22 หรือ 1.59% สู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์จากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)จะ ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. ส่งผลให้หนุนทองคําในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ย
• การคาดการณ์ดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากถ้อยแถลงเชิง Dovish ล่าสุดจากนายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการเฟด และนายจอห์น วิล เลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก ประกอบกับข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนตัวลงหลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ ชัตดาวน์ส่งผลให้
• นักลงทุนคาดการณ์ว่ามีโอกาส 87% ที่จะปรับลดดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้นจาก 50% ในสัปดาห์ที่แล้ว ปัจจัยดังกล่าวกดดันให้ ดอลลาร์ปิดสัปดาห์ด้วยการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปลายเดือนก.ค. ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนทองคํา
• ด้านนักยุทธศาสตร์ด้านสินค้าโภคภัณฑ์ของ Morgan Stanley กล่าวว่า ความต้องการ ETF ที่เพิ่มขึ้น แรงซื้ออย่างต่อเนื่องของ ธนาคารกลาง และความต้องการที่เพิ่มขึ้นในการป้องกันความเสี่ยงด้วย real assets จะผลักดันให้ราคาทองคําพุ่งขึ้นถึง 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในกลางปี 2026
คําแนะนํา
• วันศุกร์ ราคาแกว่งตัวผันผวน แต่ราคายังคงสามารถยืน $4,144-4,136 ได้ต่อเนื่องทําให้ยังไม่เสียโมเมนตัมในระยะสั้น สําหรับวันนี้ ประเมิน แนวต้านแรกไว้บริเวณ 4,243 ไม่ผ่านอาจพักตัวสะสมกําลัง แต่หากการพักตัวในระหว่างวันไม่หลุด $4,193-4,147 ยังมองว่ามีโอกาสเทสแนว ต้านต่อเนื่อง แต่หากหลุด $4,147 จะเริ่มสร้างมุมมองว่าชุดดีดอาจจบแล้ว และต้องระวังว่าราคาจะเข้าสู่ชุดพักตัวในดีกรีที่ใหญ่กว่า
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน ไม้เสี่ยงซื้อขายทํากําไรหากไม่ผ่าน $4,243 พร้อมขยับ Trailing Stop มาที่ $4,147 เพื่อ Lock กําไร
• เสี่ยงซื้ออีกครั้งถ้าราคาไม่หลุด $4,193-4,147 (ตัดขาดทุนหากหลุด $4,147)
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
