ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
ราคาทองคําวันนี้ (27 พ.ย.) ขยับลงเล็กน้อยจากแรงขายทํากําไร หลังราคาทองแตะระดับสูงสุดรอบเกือบสองสัปดาห์ใน คืนก่อนหน้า ขณะที่นักลงทุนยังประเมินความเป็นไปได้ของการลดดอกเบี้ยสหรัฐฯ เดือนธันวาคม ท่ามกลางสัญญาณที่ สับสนจากเจ้าหน้าที่เฟด ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทําให้ทิศทางค่าเงินดอลลาร์และราคาทองคําผันผวนในระยะสั้น อย่างไรก็ดี แนว โน้มระยะกลางถึงยาวของทองคํายังคงเป็นเชิงบวกอย่างเด่นชัด โดยสํานักวิเคราะห์ชั้นนําหลายแห่งประเมินว่าราคาทอง อาจพุ่งขึ้นอีก 17–20% ในปีหน้า Bank of America คาดว่าทองอาจขึ้นไปถึง 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรง หนุนจากการเข้าซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก ภาวะขาดดุลการคลังสหรัฐฯ และนโยบายเศรษฐกิจลักษณะ "ไม่ตามแบบ" ของประธานาธิบดีทรัมป์ ขณะที่ Goldman Sachs ประเมินว่าทองอาจแตะ 4,900 ดอลลาร์ภายในสิ้นปีหน้า โดยมีสอง แรงขับหลักคือ (1) การซื้อทองคําอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลาง ซึ่งช่วยหนุนความต้องการทองเชิงโครงสร้าง และ (2) วงจรการลดดอกเบี้ยของเฟดและธนาคารกลางทั่วโลก ซึ่งเพิ่มแรงจูงใจให้นักลงทุนเข้าถือทองคํา ทั้งนี้ นักลงทุนควร ติดตามดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยุโรป และรายงาน ECB Monetary Policy Meeting Accounts อย่างใกล้ชิด เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้อาจส่งสัญญาณสําคัญต่อทิศทางดอกเบี้ยและเคลื่อนราคาทองคําในช่วงถัดไป.
คําแนะนํา
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน ไม้เสี่ยงซื้อขายทํากําไรหากไม่ผ่าน 4,169-4,175 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• พร้อมขยับ Trailing Stop มาที่ 4,136 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อ Lock กําไร
• เสี่ยงซื้ออีกครั้งถ้าราคาไม่หลุด 4,109 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• ตัดขาดทุนหากหลุด $4,109 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อประเมินทิศทางอีกครั้ง
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
