ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
Highlight ปัจจัยสําคัญ
• วานนี้ ราคาทองคําปิดลบ $3.98 แม้ราคาจะแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย. หลังยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ แย่กว่าที่คาด ตอกย้ำ ความคาดหวังของนักลงทุนว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.
• ด้านนายสตีเฟน มิแรน ผู้ว่าการเฟด กล่าวเมื่อวันอังคารว่า สภาพตลาดแรงงานที่เริ่มอ่อนแอลงเป็นเหตุผลที่จําเป็นต้องลดอัตรา ดอกเบี้ยเพิ่มเติม ซึ่งถือว่าเป็นความเห็นที่สอดคล้องกับท่าทีเชิง dovish ของนายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการเฟดที่ระบุเมื่อวัน จันทร์
• ทั้งนี้ ตลาดคาดการณ์ว่ามีโอกาส 85% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. และมีโอกาส 65% ที่จะมีการลดดอกเบี้ยอีกครั้งใน เดือนม.ค.ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันดอลลาร์และหนุนทองคํา
• อย่างไรก็ดี ข้อมูลจากสํานักงานสํามะโนประชากรและสถิติฮ่องกงเมื่อวันอังคารระบุว่า การนําเข้าทองคําสุทธิของจีนผ่านฮ่องกงใน เดือนต.ค.อยู่ที่ 8.02 ตัน ลดลงประมาณ 64% เมื่อเทียบกับเดือนก.ย. ซึ่งอยู่ที่ 22.047 ตัน ประกอบกับยูเครนส่งสัญญาณรับข้อ ตกลงสันติภาพของปธน.ทรัมป์ เป็นปัจจัยสกัดช่วงบวกทองคํา
คําแนะนํา
• วานนี้ ราคาย่อตัวแต่ไม่หลุด $4,100 ทําให้ราคาดีดตัวทดสอบแนวต้านบริเวณ $4,154-4,175 ดังคาด สําหรับวันนี้ยังคงใช้กรอบการ เคลื่อนไหวเดิม คือหากราคายืน $4,100 ได้ยังมีโอกาสดีดทดสอบแนวต้าน แต่หากหลุด $4,100 ราคาจะสร้างมุมมองว่าชุดดีดอาจจบแล้ว และ หากหลังจากนั้นราคาเริ่มกลับมาทํา Lower High ต้องระวังว่าราคาจะเข้าสู่ชุดพักตัวอีกครั้ง
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน ไม้เสี่ยงซื้อเมื่อวาน ขายทํากําไรหากไม่ผ่าน $4,154-4,175 พร้อมขยับ Trailing Stop มาเหนือทุนเพื่อ Lock กําไร
• เสี่ยงซื้ออีกครั้งถ้าราคาไม่หลุด $4,100 (ตัดขาดทุนหากหลุด $4,100 เพื่อประเมินทิศทางอีกครั้ง)
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
