ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
ราคาทองคําวันนี้ (13 พ.ย.) ปรับขึ้นเหนือ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทําจุดสูงสุดรอบกว่า 3 สัปดาห์ หนุนโดยความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ และความคาดหวังว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือน หน่ํา หลังประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามเปิดรัฐบาล ยุติชัตดาวน์ที่ยาวนานที่สุด แม้ตัวเลขจ้างงาน-เงินเฟ้อ เดือนตุลาคมอาจล่าช้า อย่างไรก็ตาม ทองคําตอบรับในเชิงบวก เนื่องจากหากมีการกลับมารายงาน ตัวเลขเศรษฐกิจ จะทําให้เห็นความอ่อนแอของภาคแรงงานสหรัฐอีกครั้ง ขณะที่ Reuters ระบุว่า ทองคําได้แรงหนุนจากดอลลาร์อ่อน ความคาดหวังการลดดอกเบี้ย และแรงซื้อจากธนาคารกลาง นัก วิเคราะห์จาก Reliance Securities คาดว่าราคายังมีแนวโน้มเชิงบวก และอาจขึ้นเหนือ 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในสิ้นปี หากอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงยังต่ําและนโยบายการเงินยังผ่อนคลาย ขณะที่ผลสํารวจของ Reuters ชี้ว่า 80% ของนักเศรษฐศาสตร์คาดเฟดจะลดดอกเบี้ยอีก 0.25% เพื่อ ตอบรับตลาดแรงงานที่อ่อนตัว ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อทองคํา ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามถ้อยแถลงของ FOMC Member Musalem และ Hammack รวมถึง ดุลงบประมาณสหรัฐฯ เดือนต.ค. ซึ่งอาจส่ง สัญญาณทิศทางดอกเบี้ยและราคาทองคําระยะถัดไป.
คําแนะนํา
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน ขายทํากําไรไม้ซื้อถ้าไม่ผ่าน 4,252-4,229 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• หากผ่านได้ชะลอขาย พร้อมขยับ Trailing Stop มาที่ 4,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• เสี่ยงเข้าซื้อหากไม่หลุด 4,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• ตัดขาดทุนหากหลุด 4,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อดูทิศทางอีกครั้ง
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
