ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
ราคาทองคําวันนี้ (6 พ.ย.) ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย หลังค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าจากระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจสหรัฐฯ จากภาวะชัตดาวน์รัฐบาลที่ยังดําเนินอยู่ กระตุ้นแรงซื้อ ทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ทั้งนี้ World Gold Council (WGC) รายงานว่า ความต้องการทองคํา ในสหรัฐฯ ไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 58% เมื่อเทียบรายปี แตะ 186 ตัน โดยแรงซื้อหลักมาจากกองทุน ETF ที่มี ยอดไหลเข้ากว่า 16,000 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 62% ของกระแสเงินทุนทั่วโลก ส่งผลให้ยอดสะสมตั้งแต่ ต้นปีแตะ 37,000 ล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกัน ปริมาณการซื้อขายทองคําในตลาดสหรัฐฯ ก็พุ่งทําสถิติสูงสุด กว่า 208,000 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ในเดือนตุลาคม ด้าน Bloomberg ระบุว่า หลังราคาทองคําพุ่งแรงในช่วง ที่ผ่านมา นักวิเคราะห์ได้ปรับเพิ่มประมาณการราคา โดยคาดว่าทองคําจะเคลื่อนไหวในทิศทางขาขึ้นต่อเนื่อง ถึงครึ่งแรกของปี 2026 ก่อนจะเริ่มอ่อนตัวในช่วงปลายปี โดยมีราคาเฉลี่ยไตรมาส 4 ปี 2025 ที่ราว 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และอาจแตะระดับ 4,500-5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในปี 2026 อย่างไรก็ดี นักลงทุนควร ติดตาม มติอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก BOE และ ถ้อยแถลงของสมาชิกเฟดคืนนี้ อย่างใกล้ชิด.
คําแนะนํา
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน เสี่ยงซื้อหากไม่หลุด 3,964 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• หากหลุด $3,964 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ถอยมาดูจังหวะซื้อหากไม่หลุด 3,930 - 3,887 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• ขายทํากําไรไม้ซื้อถ้าไม่ผ่าน 4,029 - 4,058 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• หากผ่านได้ ชะลอไปขายที่ต้านถัดไป ตัดขาดทุนหากหลุด 3,887 ดอลลาร์ต่อออนซ์
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
