ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
Highlight ปัจจัยสําคัญ
• วันศุกร์ ราคาทองคําปิดลบ $17.80 เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้และปีหน้า หลังนางเบธ แฮมแม็ก ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า เธอคัดค้านการลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดในสัปดาห์ที่ผ่านมา และ เสริมว่าเฟดจําเป็นต้องคงมาตรการควบคุมบางประการเพื่อลดอัตราเงินเฟ้อ (นางแฮมแม็กจะเป็นผู้มีสิทธิโหวตนโยบายการเงินในปี 2026)
• ขณะที่เช้านี้ ราคาได้รับแรงกดดัน หลังรัฐบาลจีนประกาศว่า ผู้ค้าปลีกในจีนจะไม่สามารถนําเครดิต VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) มาหักลดหย่อน ได้ เมื่อขายทองที่ซื้อมาจาก Shanghai Gold Exchange (SGE)ไม่ว่าจะขายตรงหรือผ่านการแปรรูปแล้วก็ตาม ส่งผลให้ราคาขายทอง สําหรับผู้บริโภคในจีนอาจสูงขึ้น ซึ่งคาดว่าจะกดดันการบริโภคทองคําในจีนซึ่งเป็นผู้บริโภคทองคําอันดับ 1 ของโลก
• ประกอบกับทําเนียบขาวของสหรัฐฯ ได้เผยแพร่เอกสารรายละเอียดเมื่อวันที่ 1 พ.ย. เกี่ยวกับข้อตกลงการค้าที่ปธน.ทรัมป์ และปธน.สี จิ้น ผิง ได้ทําไว้ที่เกาหลีใต้ โดยจีนจะระงับการบังคับใช้มาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายากเพิ่มเติม และจะยุติการสอบสวนบริษัทสัญชาติ สหรัฐฯ ในซัพพลายเชนเซมิคอนดักเตอร์ด้วย ปัจจัยดังกล่าวกระตุ้นแรงขายทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มเติม
คําแนะนํา
• วันศุกร์ การดีดตัวยังจํากัด โดยราคายังไม่ผ่าน $4,058-4,029 ทําให้เกิดแรงขายซึ่งส่งผลให้ราคากลับมาพักตัวอีกครั้ง สําหรับวันนี้ หากเกิด แรงขายแต่ราคาสามารถยืนเหนือ $3,962-3,955 ได้จะเริ่มสร้างมุมมองว่าการพักตัวอาจจบแล้วและยังไม่เสียโมเมนตัมขาขึ้นในระยะสั้น กลับ กัน หากกลับไปหลุด $3,962-3,955 แสดงว่าการการปรับฐานอาจยังไม่จบ
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน ขายทํากําไรไม้ซื้อถ้าไม่ผ่าน $4,058-4,029 พร้อมขยับ Trailing Stop มาที่ $3,982 เพื่อ Lock กําไร
• เสี่ยงซื้อหากไม่หลุด $3,955 หลุด $3,955 ชะลอไปซื้อถ้าไม่หลุด $3,887 (ตัดขาดทุนหากหลุด $3,887 )
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
