ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
ทิศทางราคาทองคํา
ภาพรวมตลาดทองคําฟื้นตัวขึ้น และแสดงปฏิกิริยาต่อการเจรจาระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง น้อยกว่าที่ตลาดเคยกังวลและตอบรับไปก่อนหน้านี้ โดยการเจรจา กลับกลายไปเน้นที่ประเด็นเรื่องยาเสพติด ’ เฟนตานิล’ มากกว่าประเด็นการค้าและภาษีที่ตลาดให้ความสนใจ ในทางกลับกัน ปฏิกิริยาตอบรับจากฝั่ งจีน เป็นเพียง การถอย การลดการควบคุมแร่หายาก (Rare Earth) ลงมาเพียง 1 ปี ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนในอนาคต ผลจากความไม่ ชัดเจนนี้ ทําให้ราคาทองคําปรับลดลงมาเล็กน้อย แต่ไม่หลุดระดับ 3,900 เหรียญ และสามารถดีดตัวกลับขึ้นมายืน เหนือระดับ 4,000 เหรียญ ได้อีก โดยภาพรวม การเจรจาจบลงไปแล้วโดยไม่มีความคืบหน้าหรือความชัดเจนใหม่ๆ ที่ สําคัญ สะท้อนว่าการเยือนเอเชียของทรัมป์ในครั้งนี้ อาจมุ่งเน้นไปที่การสร้าง "ข้อตกลงที่แร่หายากเพื่อลดการพึ่งพา จีนลงมากกว่าการเจรจาการค้าและภาษีโดยตรง นอกจากนี้การสั่งให้มีการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ในระหว่างการประชุม ดูคล้ายเป็นการ ขู่เชิงสัญลักษณ์ ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางราคาทองคํามากนัก สรุปแล้วตลาดมองว่า ผลลัพธ์ของการเจรจาไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบรับที่รุนแรง ทําให้ตลาดทองคํากลับเข้าสู่สภาวะสมดุล และหยุดการปรับตัว ลง โดยคาดการณ์ว่าหากราคาทองคําสามารถยืนเหนือ 4,000 เหรียญ และสามารถสร้างฐานที่มั่นคงในบริเวณนี้ได้ใน ช่วง 1 เดือน ก็จะเป็นการยืนยันการสิ้นสุดของแนวโน้มขาลงได้ ขณะที่นโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้ หยุดการลดขนาดงบดุล (QT) ซึ่งจะส่งผลให้สภาพคล่อง ในตลาดเพิ่มขึ้น และอาจมีเงินไหลเข้าสู่ตลาดและสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ถ้อยแถลงของประธานเฟด ยัง คงอยู่ในภาวะกดดัน แม้จะมีการลดอัตราดอกเบี้ยไปแล้ว 0.25% ด้านกองทุนทองคํา SPDR ยังคงเดินหน้าซื้อทองคําต่อเนื่อง วันก่อนหน้าซื้อเข้า 4.3 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,040.35 ตันภาพรวมเดือนตุลาคม ซื้อสุทธิ 28.62 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 166.97 ตัน
วิเคราะห์ราคาทองคําทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค การที่ราคาทองคําสามารถดีดตัวกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 4,000 เหรียญได้ ถือเป็น สัญญาณที่ดี สะท้อนถึงแรงซื้อในตลาด หลังจากที่ก่อนหน้านี้ราคาปรับตัวลงไปลึกถึงระดับ Fibonacci 45% แต่ ราคาก็ยังสามารถดีดกลับขึ้นมาได้ โดยภาพรวมมองว่า บริเวณราคาประมาณ 3,890 เหรียญ ได้เกิดรูปแบบ “Pattern Double Bottom" ซึ่งเป็น สัญญาณกลับตัวทางเทคนิคในระยะสั้น โดยประเมินว่า หากราคาทองคํา ไม่ หลุดลงไปตํ่ากว่า 4,000 เหรียญ ก่อนปิดตลาดคืนนี้ คาดว่าตลาดจะ หยุดการปรับตัวลง และจะเข้าสู่ช่วง Sideway สร้างฐานราคา ขณะที่แนวโน้มระยะสั้นยังประเมินเป็น "Sideway Down" กรอบแนวรับ 3,980 เหรียญ แนวต้านที่ 4,080 เหรียญ ในส่วนของราคาทองไทยจะมีแนวรับระยะสั้นที่ 59,800 บาท/บาททองคํา และมีแนว ต้านที่ 61,000 บาท/บาททองคํา
บทวิเคราะห์ข้างต้นจัดทำขึ้นสำหรับกลุ่มลูกค้าของบริษัทฯเท่านั้น และเป็นการวิเคราะห์โดยยึดหลักตาม Technical Analysis ทั้งนี้ บริษัทฯไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ต่อการวิเคราะห์ข้างต้น นักลงทุนทุกท่านโปรดระลึกเสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนด้วยตัวของท่านเอง บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นโดย สถาบันการลงทุนทองคำ แม่ทองสุก MTS สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 0 2770 7788 หรือทางเว็บไซต์ mtsgold.co.th
