ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
Highlight ปัจจัยสําคัญ
• ราคาทองคําปิดบวก $28.55 โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ หลังปธน.ทรัมป์ ได้กําหนดมาตรการคว่ําบาตรรัสเซียเป็นครั้ง แรกนับตั้งแต่เข้ารับตําแหน่งในสมัยที่สองเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยมุ่งเป้าไปที่บริษัทน้ํามัน Lukoil และ Rosneft
• นอกจากนี้ รัฐบาลสหรัฐยังกําลังพิจารณาแผนการจํากัดการส่งออกสินค้าที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ไปยังจีนในวงกว้าง มาตรการควบคุมการส่งออกแร่ธาตุหายากล่าสุดของจีน ปัจจัยดังกล่าวหนุนทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
• ประกอบกับ JP Morgan ยืนยันแนวโน้มขาขึ้นทองคําในวันพฤหัสบดี เพื่อตอบโต้ โดยคาดการณ์ว่าราคาทองคําอาจแตะระดับเฉลี่ย $5,055 ภายใน ไตรมาสที่ 4 ของปี 2026 อ้างอิงจาก "สมมติฐานอุปสงค์ที่คาดว่าอุปสงค์ของนักลงทุนและการซื้อของธนาคารกลางจะอยู่ที่ประมาณ 566 ตันต่อไตรมาสในปี 2026"
• ชี้การปรับฐานของตลาดเมื่อเร็วๆ นี้ถือว่า Healthy การย่อตัวลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงการที่ตลาดกําลังดูดซับราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ย้ําเป้าหมายระยะยาวที่ $6,000 ภายในปี 2028
คําแนะนํา
• วานนี้ ราคาดีดตัวขึ้นในระยะสั้น แต่ยังไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ $4,161 ทําให้ยังต้องระวังการพักตัว อย่างไรก็ดี หากวันนี้ ราคายังคงยืนเหนือ $4,015 ได้จะมีมุมมองเชิงบวกเพิ่มมากขึ้น แต่หากราคาหลุด $4,015 ต้องระวังว่าการปรับฐานยังไม่จบ กลับกับหากราคาทะลุผ่าน $4,161 ได้จะมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ โดยมีแนวต้านถัดไปที่ $4,188-4,278
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน ขายทํากําไรไม้ซื้อถ้าไม่ผ่าน $4,161 ผ่าน $4,161 ได้ชะลอขาย และขยับ Trailing Stop มาเหนือทุนเพื่อ Lock กําไร
• เข้าซื้อใหม่หากราคาไม่หลุด $4,000 (ตัดขาดทุนหากหลุด $4,000 เพื่อถอยจุดเข้าซื้อไปที่แนวรับถัดไป)
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
