ทองคำคงที่หลังร่วง 2% ท่ามกลางความคืบหน้าเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน นักลงทุนจับตานโยบาย Fed
ราคาทองคําวันนี้ (21 ต.ค.) อ่อนลงสู่ระดับประมาณ 4,260 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในช่วงก่อนหน้า โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และแรงขายทํากําไรระยะสั้น ภาวะชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยืดเยื้อยัง คงเป็นปัจจัยสร้างความไม่แน่นอนในตลาด แต่ถ้อยแถลงจาก เควิน แฮสเซ็ตต์ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจทําเนียบขาว ซึ่งระบุว่าความขัด แย้งอาจคลี่คลายได้ภายในสัปดาห์นี้ ได้ช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุน ส่งผลให้ดอลลาร์กลับมาแข็งค่าและกดดันราคาทองคํา ในระยะสั้น ในเวลาเดียวกัน ความคืบหน้าในการ เจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่เริ่มมีทิศทางเชิงบวกช่วยลดแรงกดดันทาง เศรษฐกิจ และดึงเม็ดเงินบางส่วนกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงมากกว่าสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคํา ขณะที่ Reuters รายงานว่า ผู้นําจาก สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี และสหภาพยุโรป ร่วมออกแถลงการณ์สนับสนุนข้อเสนอของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ยูเครนและรัสเซียหยุดยิงตามแนวรับปัจจุบัน พร้อมเตรียมการเจรจาในกรุงบูดาเปสต์ ซึ่งช่วยคลายความตึงเครียดทาง ภูมิรัฐศาสตร์และหนุนให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอีก อย่างไรก็ดี รายงานจาก World Gold Council (WGC) ชี้ว่า แม้ราคาทองคําจะถูก กดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์และกระแสเงินทุนที่ไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง แต่ WGC มองว่าทองคํายังมี ปัจจัยพื้นฐาน เชิงบวกในระยะกลาง จากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกและแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยระบุว่า ทองคํายังอยู่ในภาวะ “ถูกถือครองต่ํากว่าระดับเชิงกลยุทธ์” และมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีกหากแรงซื้อเชิงลงทุนกลับมา
คําแนะนํา
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน ขายทํากําไรถ้าไม่ผ่าน 4,300-4,343 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• หากผ่านได้ชะลอไปขายที่แนวต้านถัดไป พร้อมขยับ Trailing Stop มาเหนือทุน
• สําหรับการเข้าซื้อใหม่ พิจารณาหากราคาไม่หลุดแนวรับ 4,245-4,219 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• ตัดขาดทุนหากหลุดแนวรับ 4,219 ดอลลาร์ต่อออนซ์
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
