BofA เปิดเผย 10 ไอเดียการลงทุนชั้นนำในสหรัฐฯ สำหรับไตรมาส 1 ปี 2026
ราคาทองคําวันนี้ (21 ต.ค.) อ่อนลงสู่ระดับประมาณ 4,260 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในช่วงก่อนหน้า โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และแรงขายทํากําไรระยะสั้น ภาวะชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยืดเยื้อยัง คงเป็นปัจจัยสร้างความไม่แน่นอนในตลาด แต่ถ้อยแถลงจาก เควิน แฮสเซ็ตต์ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจทําเนียบขาว ซึ่งระบุว่าความขัด แย้งอาจคลี่คลายได้ภายในสัปดาห์นี้ ได้ช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุน ส่งผลให้ดอลลาร์กลับมาแข็งค่าและกดดันราคาทองคํา ในระยะสั้น ในเวลาเดียวกัน ความคืบหน้าในการ เจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่เริ่มมีทิศทางเชิงบวกช่วยลดแรงกดดันทาง เศรษฐกิจ และดึงเม็ดเงินบางส่วนกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงมากกว่าสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคํา ขณะที่ Reuters รายงานว่า ผู้นําจาก สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี และสหภาพยุโรป ร่วมออกแถลงการณ์สนับสนุนข้อเสนอของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ยูเครนและรัสเซียหยุดยิงตามแนวรับปัจจุบัน พร้อมเตรียมการเจรจาในกรุงบูดาเปสต์ ซึ่งช่วยคลายความตึงเครียดทาง ภูมิรัฐศาสตร์และหนุนให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอีก อย่างไรก็ดี รายงานจาก World Gold Council (WGC) ชี้ว่า แม้ราคาทองคําจะถูก กดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์และกระแสเงินทุนที่ไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง แต่ WGC มองว่าทองคํายังมี ปัจจัยพื้นฐาน เชิงบวกในระยะกลาง จากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกและแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยระบุว่า ทองคํายังอยู่ในภาวะ “ถูกถือครองต่ํากว่าระดับเชิงกลยุทธ์” และมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีกหากแรงซื้อเชิงลงทุนกลับมา
คําแนะนํา
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน ขายทํากําไรถ้าไม่ผ่าน 4,300-4,343 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• หากผ่านได้ชะลอไปขายที่แนวต้านถัดไป พร้อมขยับ Trailing Stop มาเหนือทุน
• สําหรับการเข้าซื้อใหม่ พิจารณาหากราคาไม่หลุดแนวรับ 4,245-4,219 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• ตัดขาดทุนหากหลุดแนวรับ 4,219 ดอลลาร์ต่อออนซ์
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
