ทรัมป์จะปลดล็อกแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ของเวเนซูเอลาได้หรือไม่?
Economic Highlight
ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ และดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการของบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลัก พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม ประเด็นความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน รวมถึง การประชุมเต็มคณะครั้งที่ 4 (4th Plenum) ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน
|
ราคา |
ราคาปัจจุบัน |
แนวรับ |
แนวต้าน |
คาดการณ์แนวโน้ม |
|
32.72 |
32.10/32.50 |
32.85/33.00 |
Sideways/ Sideways Up *ระวังผันผวนสูง |
|
|
ทองคำ** (ดอลลาร์ต่อออนซ์) |
4,250 |
4,000/4,200 |
4,380/- |
Sideways / Sideways Down *ระวังเข้าสู่ช่วงพักฐานและผันผวนสูง |
**ราคาทองคำ = Spot Gold price (XAUUSD)
FX Highlight
- สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลง ท่ามกลางความกังวลต่อประเด็นสงครามการค้าสหรัฐฯ กับจีน และความเสี่ยงปัญหาหนี้เสียของ Regional Banks สหรัฐฯ
- นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ยังเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม จากประเด็นความเสี่ยงการเมืองฝรั่งเศสที่เริ่มคลี่คลายลงบ้าง หนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินยูโร (EUR) ส่วนความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองญี่ปุ่น และภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน ก็หนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY)
- ในส่วนเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์อาจแข็งค่าขึ้นบ้าง หากผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการเร่งลดดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งควรจะต้องเห็นพัฒนาการของปัจจัยเสี่ยง ทั้งสงครามการค้าและปัญหาหนี้เสียของ Regional Banks ในทิศทางที่ดีขึ้น
- นอกจากนี้ ประเด็นการเมืองญี่ปุ่น ก็อาจส่งผลกระทบต่อเงินดอลลาร์ได้บ้าง ผ่านการอ่อนค่าของเงินเยนญี่ปุ่น หากผู้เล่นปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ตอบรับโอกาสที่ Sanae Takaichi จะได้รับการโหวตเลือกให้เป็นนายกฯ คนใหม่ของญี่ปุ่น
- ทั้งนี้ เรามองว่า เงินดอลลาร์ก็อาจไม่ได้แข็งค่าขึ้นไปมากนัก และยังเสี่ยงเผชิญแรงขายทำกำไร/ปรับสถานะถือครองจากผู้เล่นในตลาด จนกว่าจะรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ ทั้งอัตราเงินเฟ้อ CPI และข้อมูลการจ้างงาน
- เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม หากราคาทองคำเข้าสู่ช่วงของการพักฐาน ซึ่งจากความผันผวนของราคาทองคำที่อยู่ในระดับสูงนั้น ก็มีส่วนทำให้เงินบาทผันผวนสูงด้วยเช่นกัน
- หากบรรยากาศในตลาดการเงินเริ่มกลับมาเปิดรับความเสี่ยงบ้าง ก็อาจลดทอนแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าต่อเงินบาทได้ ผ่านการชะลอขายสินทรัพย์ไทยจากฝั่งนักลงทุนต่างชาติ ขณะเดียวกัน เงินหยวนจีนก็อาจไม่ได้อ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากผู้เล่นในตลาดก็อาจรอจับตา การประชุมเต็มคณะครั้งที่ 4 (4th Plenum) ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน
- แม้เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังมีความเสี่ยงทยอยอ่อนค่าลงบ้าง จากปัจจัยกดดันทั้ง การทยอยแข็งค่าขึ้นบ้างของเงินดอลลาร์ และความเสี่ยงการปรับฐานของราคาทองคำ แต่การอ่อนค่าของเงินบาทก็อาจค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากผู้เล่นในตลาด อย่าง ฝั่งผู้ส่งออก ต่างก็รอทยอยขายเงินดอลลาร์ ในช่วงเงินบาทอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้าน
- ในเชิงเทคนิคัลนั้น เงินบาทจะยังอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่าลง ตราบใดที่เงินบาท (USDTHB) ยังเคลื่อนไหวเหนือ โซน 32.40-32.50 บาทต่อดอลลาร์ เมื่อประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following
- ทั้งนี้ แนวรับของเงินบาท (USDTHB) อยู่แถว 32.50 บาทต่อดอลลาร์ (แนวรับถัดไป 32.30-32.40 บาทต่อดอลลาร์) ส่วนโซนแนวต้านแรกจะอยู่ในช่วง 32.85 บาทต่อดอลลาร์ (แนวต้านถัดไป 33.00 บาทต่อดอลลาร์)
Gold Highlight
- นับตั้งแต่ช่วง สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำ (XAUUSD) ทยอยปรับตัวสูงขึ้น ทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ จากทั้งความกังวลต่อความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน และความเสี่ยงปัญหาหนี้เสีย Regional Banks ในฝั่งสหรัฐฯ
- ทว่า ราคาทองคำเริ่มเผชิญแรงขายทำกำไรที่รุนแรง ก่อนที่จะเริ่มย่อตัวลงบ้างจากจุดสูงสุดใหม่ พร้อมกับความผันผวนของราคาทองคำที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- โดยล่าสุด ความผันผวนของราคาทองคำ (1-month volatility) ได้พุ่งสูงขึ้นสู่ระดับเกือบ 20% ต่อปี เข้าใกล้ความผันผวนในช่วงหลังตลาดรับรู้ Liberation Day และสูงกว่า ความผันผวนเฉลี่ยในปีนี้ ที่ระดับ 14% ต่อปี
- อย่างไรก็ดี ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ผู้เล่นในตลาดอาจเลือกที่จะถือทองคำไปก่อน ซึ่งอาจช่วยหนุนราคาทองคำในช่วงนี้ได้
- นอกจากนี้ หากตลาดการเงินเผชิญความผิดหวังจากรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน หรือยังคงกังวลต่อประเด็นปัญหาหนี้เสียของ Regional Banks ในสหรัฐฯ ก็อาจกดดันบรรยากาศตลาดการเงินและพอช่วยหนุนราคาทองคำให้ปรับตัวขึ้นต่อได้ หรืออย่างน้อยชะลอการปรับตัวลงของราคาทองคำ
- อย่างไรก็ตาม เรายังขอย้ำว่า ในช่วงที่ผ่านมา ราคาทองคำได้ปรับตัวสูงขึ้น เร็ว แรง ในระยะสั้น โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับแนวโน้มราคาระยะยาว อย่าง เส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ทำให้ ราคาทองคำยังคงเสี่ยงเข้าสู่ช่วงการพักฐาน (Correction) โดยจากการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติในอดีต เราพบว่า ในช่วง 1 3 และ 6 เดือน ข้างหน้า ราคาทองคำยังเสี่ยงให้ผลตอบแทนติดลบ หลังจากปรับตัวขึ้นเกิน +28% จากเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน
- เราประเมินว่า ราคาทองคำอาจยังพอมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อได้ ในระยะกลาง-ยาว ทว่า ในช่วงระยะสั้น การปรับตัวขึ้นเร็ว แรง ของราคาทองคำก็เสี่ยงต่อการปรับฐานได้ ทำให้เราไม่แนะนำให้ผู้เล่นในตลาดไล่ราคาซื้อ และควรรอจังหวะการปรับฐานของราคาทองคำ ในการเข้าซื้อเท่านั้น
- ทั้งนี้ ในเชิงเทคนิคัล หากประเมินจากกลยุทธ์ Trend-Following ราคาทองคำ (XAUUSD) จะยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น หากสามารถปรับตัวขึ้นเหนือโซน 4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ต่อเนื่อง
- ภายใต้แนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ ที่ยังพอมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้ในระยะปานกลาง-ยาว แต่เสี่ยงที่จะเข้าสู่ช่วงพักฐานในระยะสั้น ทำให้เรามองว่า กลยุทธ์ที่น่าสนใจ คือ รอจังหวะ Buy on Dip (ขอย้ำว่า ไม่ควร ไล่ราคาซื้อ) สำหรับผู้เล่นที่ต้องการถือทองคำบ้างในพอร์ตการลงทุน 5%-10% เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยง ส่วนผู้เล่นในตลาดที่มีสถานะลงทุนแล้ว ก็อาจ Let Profits Run หรืออาจพิจารณาขายทำกำไร หากราคาทองคำปรับตัวลงแรง ทะลุโซน 4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์
Economics Highlight
|
สถานการณ์/เหตุการณ์สำคัญ |
ผลกระทบต่อ |
|
|
ค่าเงินบาท |
ราคาทองคำ |
|
|
ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ทวีความรุนแรงมากขึ้น |
ปัจจัยลบเล็กน้อย *หากราคาทองคำปรับตัวขึ้น |
ปัจจัยบวก |
|
ภาวะ Government Shutdown ของสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่อาจจะยืดเยื้อ กินระยะเวลาราว 30 วัน หรือ มากกว่าได้ |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
ปัจจัยบวก |
|
ปัญหาหนี้เสียใน Regional Banks เริ่มลุกลาม เสี่ยงกลายเป็น Systemic Risk ต่อระบบการเงินสหรัฐฯ |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย *ภาวะปิดรับความเสี่ยง อาจกดดันสกุลเงินฝั่ง EM |
ปัจจัยบวก |
|
อัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ชะลอตัวลง มากกว่าที่ตลาดคาด |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
|
ดัชนี PMIs ภาคการผลิตและภาคการบริการของสหรัฐฯ ในเดือนตุลาคม ปรับตัวสูงขึ้น ดีกว่าคาด |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
|
บรรดาเจ้าหน้าที่ ECB มองว่า ECB อาจไม่จำเป็นต้องเร่งรีบลดดอกเบี้ย |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย *หากเงินดอลลาร์ย่อตัวลง |
|
อัตราการเงินเฟ้อ CPI ของอังกฤษ ออกมาสูงกว่าคาด |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย *หากเงินดอลลาร์ย่อตัวลง |
|
ดัชนี PMIs ภาคการผลิตและภาคการบริการของยูโรโซน และอังกฤษ ในเดือนตุลาคม ปรับตัวสูงขึ้น ดีกว่าคาด |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย *หากเงินดอลลาร์ย่อตัวลง |
|
รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญรายเดือนของจีน อาทิ ยอดค้าปลีก (Retail Sales) ออกมาแย่กว่าคาด |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
- |
|
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีน จากการประชุม 4th Plenum ของจีน สะท้อนความจริงจังของทางการจีนในการขับเคลื่อนและพึ่งพาเทคโนโลยี รวมถึงเน้นกระตุ้นการบริโภคในประเทศ |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย *หากตลาดการเงินเอเชีย เปิดรับความเสี่ยง เงินหยวนจีนแข็งค่าขึ้นบ้าง |
- |
|
ยอดการส่งออกของไทย ออกมาต่ำกว่าคาด ทำให้ดุลการค้ายังคงขาดดุลต่อเนื่องติดต่อกัน |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
- |
|
บรรยากาศปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน กดดันให้นักลงทุนต่างชาติเดินหน้าขายหุ้นไทย |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
- |
|
บรรดานักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้ามาซื้อบอนด์ไทย หลังบอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงก่อนหน้า |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
- |
