ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
Highlight ปัจจัยสําคัญ
• ราคาทองคําปิดบวก $75.55 โดยได้รับแรงกดดันจากแรงขายทํากําไร เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้า จีน-สหรัฐ หลังจากปธน.ทรัมป์ กล่าวว่า ภาษีนําเข้าในอัตรา 100% ที่เขาขู่ว่าจะเรียกเก็บจากสินค้าจีนนั้นจะเป็นมาตรการที่ไม่ยั่งยืน โดยคํากล่าวของทรัมป์ส่งสัญญาณถึงท่าทีที่อ่อนลงต่อจีน
• นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยืนยันว่า เขาจะพบปะกับปธน.สี จิ้นผิง นอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นําเอเปค ซึ่งจะจัดขึ้นที่เกาหลีใต้ระหว่างวันที่ 31 ต.ค. ถึง 1 พ.ย.นี้
• ประกอบกับยูโรอ่อนค่า หลังสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ส (Standard & Poors - S&P) สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ ประกาศปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสลงมาอยู่ที่ระดับ "A+/A-1" เมื่อวันศุกร์ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวหนุนดอลลาร์ให้แข็งค่า จนกดดันทองคําเพิ่ม
• อย่างไรก็ดี HSBC ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคําเฉลี่ยในปี 2025 ขึ้น 100 ดอลลาร์ เป็น 3,455 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และคาดการณ์ว่า จะสูงถึง 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในปี 2026 เป็น Sentiment เชิงบวกที่หนุนทองคําไว้ Source:
คําแนะนํา
• วันศุกร์ ราคาทํา Lower High ต่ํากว่า $4,380 ซึ่งเป็นสัญญาณว่าราคาเข้าสู่การพักตัวอีกครั้ง อย่างไรก็ดี ยังประเมินว่าเป็นการพักตัวเพื่อขึ้น ต่อในระยะกลาง-ยาว แต่เป็นการพักตัวในดีกรีใหญ่กว่าเดิม สําหรับวันนี้ จับตาแนวรับแรกบริเวณ $4,214-4,187 หากยืนได้มองว่ามีโอกาส ดีดตัวในระยะสั้น แต่หากดีดไม่ผ่าน $4,280 ยังต้องระวังว่าการพักตัวที่ผ่านมายังไม่จบ ทะลุ $4,280 มุมมองเชิงบวกจึงจะลดลง
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน ขายทํากําไรถ้าไม่ผ่าน $4,260-4,280 ผ่าน $4,280 ได้ชะลอไปขายที่แนวต้านถัดไป
• เข้าซื้อใหม่หากราคาไม่หลุด $4,214-4,187 (ตัดขาดทุนหากหลุด $4,187)
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
