ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
ทิศทางราคาทองคํา
ราคาทองคํายังคงทําสถิติสูงสุดใหม่ (All-Time High) ที่ระดับ 4,230 เหรียญ ได้อย่างต่อ เนื่อง แรงหนุนหลักมาจากความกังวลต่อสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ภายหลังประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยันการเริ่มสงครามการค้าและยังคงมีท่าทีขู่ขึ้นภาษีนําเข้าจากจีน ถึง 100% นอกจากนี้ ภาวะการว่างงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในสหรัฐฯ ได้สร้างแรงกดดันให้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) พิจารณาการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.25% ในช่วงปลายเดือน ตุลาคมนี้ ในส่วนดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างชัดเจน จากระดับ 99.05 จุด มาอยู่ที่ 98.50 จุด ขณะที่ค่าเงินบาทไทยแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยในช่วงเช้าวันนี้ โดยเคลื่อนไหวจาก 32.74 บาท ต่อดอลลาร์ มาที่ 32.45 บาทต่อดอลลาร์ ด้านความเคลื่อนไหวของกองทุนทองคํารายใหญ่ SPDR Gold Shares รายงานการเข้าซื้อสุทธิในวันทําการก่อนหน้าจํานวน 1.15 ตัน ส่งผลให้ปัจจุบันถือ ครองทองคํารวมที่ 1,022.6 ตัน ภาพรวมการซื้อขายของกองทุน SPDR ในเดือนตุลาคมนี้ เป็นการ ซื้อสุทธิรวม 10.87 ตัน และนับตั้งแต่ต้นปี (1 ม.ค. - ปัจจุบัน) มีการซื้อสุทธิสะสมรวม 149.22 ตัน
วิเคราะห์ราคาทองคําทางเทคนิค
ราคาทองคําทางเทคนิคยังคงสร้างสถิติใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งตอกยํ้า ถึงความแข็งแกร่งของแรงซื้อและโมเมนตัมในตลาด ภาพรวมของราคาทองคํายังคงอยู่ในสภาวะ Bullish (ขาขึ้น) ที่แข็งแกร่ง และยังไม่มีสัญญาณการกลับตัว แต่ยังคงเน้นยํ้าถึงความเสี่ยงที่ราคา จะถูกเทขายทํากําไรได้ ดังนั้นแนะนํารอย่อซื้อเมื่อเกิดการพักตัว ประเมินกรอบระยะสั้น แนวรับ 4,200 เหรียญ และมีแนวต้าน 4,260 เหรียญ ในส่วนของราคาทองไทยจะมีแนวรับระยะสั้นที่ 64,500 บาท/ บาททองคํา และมีแนวต้านระยะสั้นที่ 65,300 บาท/บาททองคํา
บทวิเคราะห์ข้างต้นจัดทำขึ้นสำหรับกลุ่มลูกค้าของบริษัทฯเท่านั้น และเป็นการวิเคราะห์โดยยึดหลักตาม Technical Analysis ทั้งนี้ บริษัทฯไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ต่อการวิเคราะห์ข้างต้น นักลงทุนทุกท่านโปรดระลึกเสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนด้วยตัวของท่านเอง บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นโดย สถาบันการลงทุนทองคำ แม่ทองสุก MTS สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 0 2770 7788 หรือทางเว็บไซต์ mtsgold.co.th
