ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
ทิศทางราคาทองคํา
ราคาทองคํายังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และยังมีโมเมนตัมที่แข็งแกร่ง โดยสามารถกลับมา ปรับตัวสูงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ภายหลังจากการปรับฐานลงมาที่ระดับประมาณ $4,090 เหรียญ สะท้อนถึงแรงซื้อที่ยังคมีอยู่ และช่วยดันราคาทองปรับตัวสูงขึ้นทําสถิติสูงสุดใหม่ได้อีกครั้งในเช้านี้ โดยภาพรวมปัจจัยหนุนราคาทองคํายังคงมาจากที่ตลาดประเมินว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยต่อเนื่องใน ช่วงปลายเดือนนี้ รวมถึงความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ล่าสุด ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ออกมากล่าวตําหนิจีนที่ระงับการสั่งซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ และยังส่ง สัญญาณการตอบโต้ด้วยการขู่ว่าจะระงับการนําเข้านํ้ามันปรุงอาหารจากจีนเป็นการตอบกลับโดย ทันที ซึ่งยังคงสะท้อนความตึงเครียดทางการค้า ในขณะที่ราคาทองคําพุ่งสูงขึ้น ดัชนี ดอลลาร์สหรัฐฯ (DXY) ได้มีการปรับตัวอ่อนค่าลงสู่ระดับ 98.87 จุด จากระดับ 99.3 จุด ด้านค่าเงิน บาทอยู่ในระดับทรงตัวที่ประมาณ 32.56 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในส่วนของกองทุนทองคํา SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 2.57 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,021.45 ตันภาพรวมเดือนตุลาคม ซื้อสุทธิ 8.57 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 148.93 ตัน
วิเคราะห์ราคาทองคําทางเทคนิค
ราคาทองคําในเชิงเทคนิคยังคงรักษาโมเมนตัมขาขึ้นที่แข็งแกร่ง โดยสามารถทุบสถิติสูงสุด ใหม่ (All-Time High) ได้อีกครั้ง แม้ว่าจะเผชิญกับแรงเทขายทํากําไรและการปรับฐานลงมาเมื่อช่วง การซื้อขายก่อนหน้า โดยภาพรวม เรายังคงประเมินว่าทิศทางของราคาทองคํายังคงแข็งแกร่ง (Bullish) อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรเพิ่มความระมัดระวังต่อโอกาสที่จะเกิด แรงเทขายระยะสั้น กลยุทธ์ที่แนะนําคือการ รอจังหวะซื้อเมื่อเกิดการพักฐาน ประเมินกรอบระยะสั้น แนวรับ 4,150 แนว ต้าน 4,220 เหรียญ
บทวิเคราะห์ข้างต้นจัดทำขึ้นสำหรับกลุ่มลูกค้าของบริษัทฯเท่านั้น และเป็นการวิเคราะห์โดยยึดหลักตาม Technical Analysis ทั้งนี้ บริษัทฯไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ต่อการวิเคราะห์ข้างต้น นักลงทุนทุกท่านโปรดระลึกเสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนด้วยตัวของท่านเอง บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นโดย สถาบันการลงทุนทองคำ แม่ทองสุก MTS สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 0 2770 7788 หรือทางเว็บไซต์ mtsgold.co.th
