ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
Highlight ปัจจัยสําคัญ
• ราคาทองคําปิดบวก $91.58 โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและ จีนที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง
• การคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายเดือนนี้หนุนทองเพิ่ม ทั้งนี้ นักลงทุนคาดการณ์ว่ามี โอกาส 97% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 25 bps ในเดือนต.ค. และมีโอกาส 100% สําหรับการปรับลดดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็น หนุนทองคําในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ย
• Bank of America Global Research ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคําในปี 2026 ขึ้นเป็น 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคา เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดการปรับฐานในระยะสั้น แต่ยังคงคาดการณ์ว่าราคาทองคําจะ ปรับตัวสูงขึ้นอีกในปีหน้า
• ดีลเลอร์ทองคําในอินเดียเสนอราคาสูงกว่าราคาทองคําในประเทศอย่างเป็นทางการถึง 15 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สะท้อนดีมานด์ที่ แข็งแกร่งของชาวอินเดียในช่วงเทศกาลธันเตราสและดิวาลีในเดือนนี้ ซึ่งเป็นเทศกาลที่การซื้อขายทองคําถือเป็นสิริมงคล
คําแนะนํา
• วานนี้ ราคาทองคําทะลุ $4,058 ทําให้มุมมองเชิงบวกเพิ่มขึ้นแต่ราคา Overbought ทุก Timeframe ทําให้ต้องระวังการไล่ซื้อ สําหรับวันนี้ดูที่ $4,091 ยืนได้ยังมองเทสกรอบแนวต้านต่อไป หลุด $4,091 จะเป็นสัญญาณการพักตัว แต่การพักตัวเพื่อขึ้นต่อจะไม่หลุด $3,995 ดังนั้น หากหลุด $3,995 ภาพรวมจะกลับมามีมุมมองเชิงลบอีกครั้ง และราคาจะเข้าสู่การปรับฐานในดีกรีที่ใหญ่ขึ้น
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน ขายทํากําไรถ้าไม่ผ่าน $4,156-4,180 ผ่านได้ชะลอขาย และขยับTrailing Stop มาที่ $4,058 เพื่อ Lock กําไร
• เสี่ยงซื้ออีกครั้งหากราคาไม่หลุด $4,058-4,023 (ตัดขาดทุนหากหลุด $3,995)
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
