ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
Highlight ปัจจัยสําคัญ
• วานนี้ ราคาปิดบวก $56.08 พร้อมพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ $4,058.95 ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในวง กว้าง หลังภาวะชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐฯ เข้าสู่วันที่ 8 แล้วในวันพุธ ส่งผลให้นักลงทุนแห่เข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
• ตลาดกําลังประเมินว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 25 bps ในการประชุมเฟดเดือนต.ต.และเดือนธ.ค. ซึ่งช่วยหนุนทองในฐานะ สินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ยเพิ่ม
• ขณะที่กองทุน ETF ทองคําของอินเดียมีเงินไหลเข้ารายเดือนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนก.ย. ส่งผลให้สินทรัพย์ภายใต้การ บริหาร (AUM) พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ตอบแทนของตลาดหุ้นที่อ่อนแอ เนื่องจากนักลงทุนแห่เข้าลงทุนในโลหะมีค่าท่ามกลางผล
• อย่างไรก็ดี เช้านี้ราคาทองคําปรับตัวลง หลังปธน. ทรัมป์ประกาศว่า อิสราเอลและฮามาสเห็นพ้องในแผนสันติภาพ "Phase 1 " ซึ่งกดดันให้เกิดแรงขายทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยสลับออกมา ยุติการสู้รบและปล่อยตัวประกัน เพื่อ
คําแนะนํา
• วานนี้ ราคาทองคําทํา All Time High ครั้งใหม่แต่เพราะราคาเริ่มเกิดสัญญาณ Bearish Divergence ทําให้เช้านี้เริ่มได้เห็นแรงขายกลับเข้าสู่ ตลาด สําหรับวันนี้ หากราคายืน $4,010-4,002 ได้จะเกิดการดีดตัว แต่ต้องจับตาว่าราคาจะสามารถทํา Higher High เหนือ $4,059 ได้ หรือไม่ หากราคาไม่ทะลุ $4,059 ต้องระวังว่าการดีดตัวชุดที่ผ่านมาจบแล้ว และราคาจะเข้าสู่ชุดพักอีกครั้ง
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน ขายทํากําไรสถานะซื้อหากไม่ผ่าน $4,058 ผ่านได้ชะลอขาย และขยับTrailing Stop มาที่ $4,000 เพื่อ Lock กําไร
• เสี่ยงซื้อหากราคาไม่หลุด $4,000 หากหลุด $4,000 ชะลอไปเข้าซื้อที่ $3,860-3,840 (ตัดขาดทุนหากหลุด $3,840)
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
