ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
Highlight ปัจจัยสําคัญ
• วานนี้ ราคาปิดบวก $24.01 พร้อมพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เกือบ $4,000 ในช่วงเช้าของการซื้อขายในเอเชียเมื่อวันพุธ หลังจากภาวะชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐฯ เข้าสู่วันที่ 7 แล้ว ทําให้การเผยแพร่ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สําคัญต้องเลื่อนออกไป ส่งผลต่อ เนื่องในนักลงทุนต้องพึ่งพาข้อมูลที่ไม่ใช่ขของรัฐบาล เพื่อประเมินระยะเวลาและขอบเขตของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด
• ขณะเดียวกัน ความวุ่นวายทางการเมืองในฝรั่งเศสและญี่ปุ่นยังคงกดดันตลาดสกุลเงินและตลาดพันธบัตรเป็นวันที่ 2 ส่งผลหนุน ทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
• ด้านธนาคารกลางจีนได้เพิ่มทองคําเข้าในทุนสํารองในเดือนก.ย.เป็นเดือนที่ 11 ติดต่อกัน สํารองทองคําของจีนเพิ่มขึ้น 1.24 ตัน สู่ ระดับ 74.06 ล้านออนซ์ หรือ 2,303.72 ตัน จากระดับ 74.02 ล้านออนซ์ หรือ 2,302.47 ณ สิ้นเดือนส.ค.
• ขณะที่ Goldman Sachs ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคําเดือนธ.ค. 2026 เป็น 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากเดิม 4,300 ดอลลาร์ ต่อออนซ์ โดยอ้างถึงเงินทุนไหลเข้าจากกองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน (ETF) ฝั่งตะวันตกที่แข็งแกร่ง และแนวโน้มการเข้าซื้อของธนาคารกลาง
คําแนะนํา
• วานนี้ ราคาทองคําพักตัวไม่หลุด $3,922 ทําให้ราคายังคงเพื่อขึ้นต่อสะท้อนถึงโมเมนตัมระยะสั้น ก่อนที่ราคาจะเดินหน้าทํา All Time High แต่ แต่เพราะราคาเริ่มเกิดสัญญาณ Bearish Divergence ทําให้ต้องระมัดระวังการไล่ซื้อ อย่างไรก็ดี วันนี้หากยืน $3,975 ได้ยังมองขึ้น แต่หาก หลุด $3,975 ต้องระวังว่าราคาจะเข้าสู่ชุดพักอีกครั้ง
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน ขายทํากําไรสถานะซื้อหากไม่ผ่าน $4,000 ผ่านได้ชะลอขาย และขยับTrailing Stop มาที่ $3,940 เพื่อ Lock กําไร
• เสี่ยงซื้อหากราคาไม่หลุด $3,940 หากหลุด $3,940 ชะลอไปเข้าซื้อที่ $3,895-3,820 (ตัดขาดทุนหากหลุด $3,820)
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
