ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
ราคาทองคําวันนี้ (6 ต.ค.) ปรับตัวขึ้นทําสถิติสูงสุดใหม่ใกล้ระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้แรงหนุนจากภาวะชัตดาวน์รัฐบาล สหรัฐฯ ที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้การเผยแพร่รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่กําหนดในวันศุกร์ต้องเลื่อนออกไป เพิ่มความไม่ แน่นอนต่อทิศทางเศรษฐกิจและนโยบายการเงินของเฟด Bloomberg รายงานว่าในภาวะที่ขาดข้อมูลทางการ ต้องอาศัยรายงาน ภาคเอกชนเพื่อประเมินภาพเศรษฐกิจ ขณะที่เฟดยังคงเผชิญแรงกดดันในการตัดสินใจทางนโยบาย โดยตลาดคาดว่าเฟดจะปรับ ลดดอกเบี้ย 0.25% ภายในสิ้นเดือน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อทองคําที่ไม่มีผลตอบแทนดอกเบี้ย นอกจากนี้ ราคาทองคํายังได้แรง หนุนจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ในยุคของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึงแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่ว โลกและนักลงทุนรายย่อยผ่านกองทุน ETF ซึ่งเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบกว่า 3 ปีและยังคงขยายตัวต่อเนื่องในเดือนตุลาคม ขณะ เดียวกัน Reuters รายงานว่าฝรั่งเศสเผชิญวิกฤตการเมือง หลังนายเซบาสเตียง เลอคอร์นู นายกรัฐมนตรีคนใหม่ลาออกภายใน เวลาเพียง 14 ชั่วโมงหลังจัดตั้งคณะรัฐมนตรี ส่งผลให้ตลาดหุ้นฝรั่งเศสและค่าเงินยูโรร่วงลงแรง เหตุการณ์ดังกล่าวตอกย้ํา บรรยากาศความไม่แน่นอนทางการเมืองในยุโรป ซึ่งยิ่งหนุนแรงซื้อทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ถ้อยแถลงของกรรมการเฟด Schmid และประธาน ECB คริสติน ลาการ์ด ในคืนนี้อย่างใกล้ชิด นักลงทุนควรติดตาม
คําแนะนํา
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน ขายทํากําไรสถานะซื้อหากไม่ผ่าน 3,957 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• ผ่านได้ชะลอขาย และขยับ Trailing Stop มาที่ $3,895 เพื่อ Lock กําไร
• เสี่ยงซื้ออีกครั้งหากราคาไม่หลุด 3,895 หากหลุดให้ชะลอไปเข้าซื้อที่ 3,863-3,820 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• ตัดขาดทุนหากหลุด 3,820 ดอลลาร์ต่อออนซ์
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
