ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
Highlight ปัจจัยสําคัญ
• วานนี้ ราคาปิดบวก $6.69 พร้อมพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ $3,895
• โดยราคาทองคําได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ หลังออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า การจ้างงานของ ภาคเอกชนสหรัฐฯ ลดลง 32,000 ตําแหน่งในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดในรอบ 2 ปีครึ่งหรือนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2023 และสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 52,000 ตําแหน่ง
• สถานการณ์ดังกล่าวตอกย้ำการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนต.ค. สะท้อนจาก Fed Watch Tool ที่บ่งชี้โอกาส 99.4% ที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยการประชุมเดือนต.ค.
• นอกจากนี้ ทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยยังได้รับแรงหนุนหลังจากหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะชัตดาวน์ในวันพุธ ซึ่งนับ เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 7 ปี และครั้งที่ 3 ภายใต้การบริหารของปธน.ทรัมป์ หลังจากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันไม่สามารถตกลง กันได้เกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณชั่วคราวได้
คําแนะนํา
• วานนี้ ราคาเดินหน้าทํา Higher High แต่ราคาเกิดสัญญาณ RSI Bearish Divergence ทั้งใน 1 และ 4 ชม. จึงเกิดการพักตัวในระยะสั้นและ ต้องระวังการไล่ซื้อเช่นเดิม สําหรับวันนี้ หากราคายืน $3,852 ได้อาจเกิดการดีดตัว แต่หากไม่สามารถผ่าน All Time High ล่าสุดที่ $3,879-3,895 ต้องระวังว่าการดีดตัวที่ผ่านมาจบแล้ว กลับกันหากหลุด $3,852 มองราคาจะเข้าสู่ชุดพักตัวอีกครั้ง
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน ขายทํากําไรหากไม่ผ่าน $3,879-3,895 ผ่านได้ชะลอขายและขยับTrailing Stop มาที่ $3,850 เพื่อ Lock กําไร
• เสี่ยงซื้ออีกครั้งหากราคาไม่หลุด $3,832-3,790 (ตัดขาดทุนหากหลุด $3,790 เพื่อถอยจุดซื้อไปยังแนวรับถัดไป)
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
