ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
ราคาทองคําวันนี้ (29 ก.ย.) ขยับขึ้นทะลุระดับ 3,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นครั้งแรกในประวัติการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากการ อ่อนค่าของดอลลาร์และความคาดหวังว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยต่อเนื่องในปีนี้ อีกทั้งข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังช่วยหนุนราคา ขณะ ที่เครื่องมือ CME FedWatch Tool ชี้ว่านักลงทุนกว่า 89% คาดว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมถัดไป ด้าน กองทุนทองคํารายใหญ่ SPDR Gold Trust (GLD) รายงานเมื่อวันศุกร์ ว่าการถือครองเพิ่มขึ้น 0.9% สู่ 1,005.72 ตัน จาก 996.85 ตันในวันก่อนหน้า สะท้อนแรงซื้อทองคําอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐฯ ปลายสัปดาห์นี้ โดย Goldman Sachs ประเมินว่าหากชัตดาวน์เกิดขึ้นจริง จะทําให้พนักงานรัฐบาลกลางราว 900,000 คนถูกพัก งานและเลื่อนการจ่ายค่าจ้าง อีกทั้งยังอาจทําให้การประกาศข้อมูลเศรษฐกิจสําคัญ เช่น รายงานการจ้างงานวันที่ 3 ต.ค. ต้อง เลื่อนออกไป นักลงทุนยังหันมาถือครองทองคําเพื่อป้องกันความเสี่ยง ในขณะเดียวกัน นักเศรษฐศาสตร์ Peter Schiff ระบุ ว่าการที่ราคาทองคําทําสถิติสูงสุดต่อเนื่องไม่ใช่ผลจากความสําเร็จของนโยบายเศรษฐกิจ แต่เป็นสัญญาณสะท้อนถึงความล้ม เหลวของนโยบายการเงินและการคลังสหรัฐฯ ซึ่งยิ่งหนุนแรงซื้อทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตาม ข้อมูลยอดทําสัญญาขายบ้านรอปิดการขาย และถ้อยแถลงของกรรมการเฟด Waller และ Hammack ในค่ําคืนนี้อย่างใกล้ชิด
คําแนะนํา
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน ขายทํากําไรหากไม่ผ่าน 3,819 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• หากผ่านให้ชะลอขาย และขยับ Trailing Stop มาที่ 3,759 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อ Lock กําไร
• เสี่ยงซื้ออีกครั้งหากราคาไม่หลุด 3,759 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากหลุดให้ชะลอซื้อไปที่ 3,718-3,707 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตัดขาดทุนหากหลุด 3,707 ดอลลาร์ต่อออนซ์
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
