ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
ข่าวสารประจำวัน
เช้านี้ทองโลกเปิดตลาดที่ระดับ 3,764 ดอลลาร์ และมีแรงซื้อในช่วงเช้าจนเคลื่อนไหวเหนือระดับ 3,780 ดอลลาร์ ภาพรวมทองโลกยังยืนเหนือ 3,750 ดอลลาร์ และทะยานขึ้นมากกว่า 40% นับตั้งแต่ต้นปีนี้ หลังจากพุ่งขึ้น 27% ในปีที่แล้ว หนุนราคาขายออกทองคำแท่งในประเทศทำจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์อีกครั้งโดยเคลื่อนไหวมากกว่าบาทละ 57,600บาท โดยได้แรงหนุนจากการทยอยอ่อนค่าของสกุลดอลลาร์ หลังข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ออกมาตามคาด โดยอัตราเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ ในเดือนสิงหาคม สูงขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 2.7% ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core PCE ก็ทรงตัวที่ระดับ 2.9% ซึ่งยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่นว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจยังคงเดินหน้าลดดอกเบี้ยต่อไปในปีนี้ รวมถึง ความวุ่นวายของการเมืองสหรัฐฯ ที่เริ่มเห็นความเสี่ยงเกิดภาวะ Government Shutdown เพิ่มสูงขึ้น
สำหรับในสัปดาห์นี้ จับตารายงานข้อมูลเศรษฐกิจ ข้อมูลการจ้างงาน สหรัฐฯ พร้อมติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด และความเสี่ยง Government Shutdown ของสหรัฐฯ"
ข้อมูลเทคนิค (Technical Analysis)
แนวโน้มหลักยังเป็นขาขึ้นชัดเจน โดยมีการสร้างฐานและทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนกราฟราย 4 ชั่วโมงที่สะท้อนภาพรวมตลาดระยะสั้น ยังรันเทรนด์ขาขึ้น ทำให้ฝั่งซื้อยังได้เปรียบตลาด โดยจะมองขึ้นต่อหากยังยืนเหนือโซนประมาณ $3,790 - $3,800(ทองคำแท่ง 96.5%ประมาณ 57,700 - 57,800 บาท) โดยเป็นแนวต้านสำคัญทางจิตวิทยาและแนวต้านเดิมที่ยังไม่ผ่าน โดยมีเป้าหมายถัดไปที่ระดับ $3,820-$3,850 โดยมีแรงส่งจากปัจจัยพื้นฐานที่ยังสนับสนุน เช่น ความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยของ Fed และความเสี่ยงทางการเมือง ส่วนแนวรับที่แข็งแกร่งที่ระดับ $3,730-$3720 ถือเป็นจุดที่น่าสนใจในการ "Buy on Dip" หากราคาไม่หลุดแนวรับนี้ไป
ทองโลก (Gold Spot):
แนวรับ 3,765/3,750/3,730 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวต้าน3,790/3,810/3,830 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ทองคำทองคำแท่งน้ำหนัก 1 บาท 96.5%:
แนวรับ 57,500/57,350/57,150บาท
แนวต้าน 57,700/57,900/58,100บาท
หมายเหตุ ราคาทองไทยเป็นราคาโดยประมาณซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามทิศทางค่าเงิน
อัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯล่าสุด
ดอกเบี้ยสหรัฐล่าสุดอยู่ที่ระดับ 4.00-4.25%
บทวิเคราะห์ข้างต้นจัดทำขึ้นสำหรับกลุ่มลูกค้าของบริษัทฯเท่านั้น บริษัทฯไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ต่อการวิเคราะห์ข้างต้น การลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนด้วยตัวของท่านเอง บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นโดย Ausiris Intelligence Dept. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 0-2613 -0820 หรือทางเว็บไซต์ www.ausiris.co.th
ข่าวสารประจำวัน
เช้านี้ทองโลกเปิดตลาดที่ระดับ 3,764 ดอลลาร์ และมีแรงซื้อในช่วงเช้าจนเคลื่อนไหวเหนือระดับ 3,780 ดอลลาร์ ภาพรวมทองโลกยังยืนเหนือ 3,750 ดอลลาร์ และทะยานขึ้นมากกว่า 40% นับตั้งแต่ต้นปีนี้ หลังจากพุ่งขึ้น 27% ในปีที่แล้ว หนุนราคาขายออกทองคำแท่งในประเทศทำจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์อีกครั้งโดยเคลื่อนไหวมากกว่าบาทละ 57,600บาท โดยได้แรงหนุนจากการทยอยอ่อนค่าของสกุลดอลลาร์ หลังข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ออกมาตามคาด โดยอัตราเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ ในเดือนสิงหาคม สูงขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 2.7% ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core PCE ก็ทรงตัวที่ระดับ 2.9% ซึ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจยังคงเดินหน้าลดดอกเบี้ยต่อไปในปีนี้ รวมถึง ความวุ่นวายของการเมืองสหรัฐฯ ที่เริ่มเห็นความเสี่ยงเกิดภาวะ Government Shutdown เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับในสัปดาห์นี้ จับตารายงานข้อมูลเศรษฐกิจ ข้อมูลการจ้างงาน สหรัฐฯ พร้อมติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด และความเสี่ยง Government Shutdown ของสหรัฐฯ"
ข้อมูลเทคนิค (Technical Analysis)
แนวโน้มหลักยังเป็นขาขึ้นชัดเจน โดยมีการสร้างฐานและทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนกราฟราย 4 ชั่วโมงที่สะท้อนภาพรวมตลาดระยะสั้น ยังรันเทรนด์ขาขึ้น ทำให้ฝั่งซื้อยังได้เปรียบตลาด โดยจะมองขึ้นต่อหากยังยืนเหนือโซนประมาณ $3,790 - $3,800(ทองคำแท่ง 96.5%ประมาณ 57,700 - 57,800 บาท) โดยเป็นแนวต้านสำคัญทางจิตวิทยาและแนวต้านเดิมที่ยังไม่ผ่าน โดยมีเป้าหมายถัดไปที่ระดับ $3,820-$3,850 โดยมีแรงส่งจากปัจจัยพื้นฐานที่ยังสนับสนุน เช่น ความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยของ Fed และความเสี่ยงทางการเมือง ส่วนแนวรับที่แข็งแกร่งที่ระดับ $3,730-$3720 ถือเป็นจุดที่น่าสนใจในการ "Buy on Dip" หากราคาไม่หลุดแนวรับนี้ไป
ทองโลก (Gold Spot):
แนวรับ 3,765/3,750/3,730 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวต้าน3,790/3,810/3,830 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ทองคำทองคำแท่งน้ำหนัก 1 บาท 96.5%:
แนวรับ 57,500/57,350/57,150บาท
แนวต้าน 57,700/57,900/58,100บาท
หมายเหตุ ราคาทองไทยเป็นราคาโดยประมาณซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามทิศทางค่าเงิน
อัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯล่าสุด
ดอกเบี้ยสหรัฐล่าสุดอยู่ที่ระดับ 4.00-4.25%
บทวิเคราะห์ข้างต้นจัดทำขึ้นสำหรับกลุ่มลูกค้าของบริษัทฯเท่านั้น บริษัทฯไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ต่อการวิเคราะห์ข้างต้น การลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนด้วยตัวของท่านเอง บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นโดย Ausiris Intelligence Dept. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 0-2613 -0820 หรือทางเว็บไซต์ www.ausiris.co.th
