ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
ราคาทองคําโลกวันนี้ (18 ก.ย.) ฟื้นตัวขึ้นมายืนเหนือระดับ 3,670 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของ ดอลลาร์ จากเฟดปรับลดดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด และส่งสัญญาณอาจปรับลดต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี แต่ประธานเฟด เจอ โรม พาวเวล ย้ําว่าการดําเนินนโยบายจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเป็นรายประชุม และการลดดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นมาตรการบริหารความเสี่ยง ต่อแรงกดดันจากตลาดแรงงานที่อ่อนแอ ท่าทีดังกล่าวทําให้นักลงทุนบางส่วนมองว่าเฟดยังไม่เร่งผ่อนคลาย ส่งผลให้อัตราผล ตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯปรับสูงขึ้น และดอลลาร์แข็งค่า 0.4% เมื่อเทียบสกุลหลัก กดดันทองคําให้มีต้นทุนสูงขึ้นสําหรับผู้ถือ เงินสกุลอื่น ด้าน Reuters รายงานความเห็นของนักกลยุทธ์การลงทุนจาก Franklin Templeton Institute ว่าตลาดยังมีมุม มองค่อนข้างระมัดระวัง และถ้อยแถลงของเฟดสะท้อนความไม่ชัดเจนเรื่องทิศทางดอกเบี้ย โดยเฟดไม่ได้สนับสนุนแนวคิดการ ปรับลดดอกเบี้ยต่อเนื่องตามที่ตลาดคาด แต่เลือกเดินหน้าแบบขึ้นอยู่กับข้อมูลและการประชุมต่อการประชุม ซึ่งอาจทําให้นัก ลงทุนบางส่วนผิดหวัง ทั้งนี้ SPDR Gold Trust กองทุน ETF ทองคํารายใหญ่ เปิดเผยว่าการถือครองทองลดลง 0.44% เหลือ 975.66 ตันเมื่อวันพุธ สะท้อนแรงขายทํากําไร อย่างไรก็ดี นักลงทุนควรติดตามการประกาศมติอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก BOE ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ รวมถึง ดัชนีชี้นําเศรษฐกิจ เดือนส.ค. จาก CB ในคืนนี้อย่างใกล้ชิด
คําแนะนํา
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน ขายทํากําไรไม้เสี่ยงซื้อหากไม่ผ่าน 3,678 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• หากผ่านได้ให้ชะลอขาย และขยับ Trailing Stop มาเหนือทุนเพื่อ Lock ทุนการเปิดสถานะใหม่ อาจเสี่ยงเข้าซื้ออีกครั้ง
• หากราคาย่อตัวลงไม่หลุด 3,626-3,556 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตัดขาดทุนหากหลุด 3,556 ดอลลาร์ต่อออนซ์
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
