ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
Highlight ปัจจัยสําคัญ
• วานนี้ ราคาปิดลบ $30.70 พร้อมกับทําระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ที่ $3,707 ก่อนจะเกิดแรงขาย “Sell the News” ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยหลังจากที่ร่วงลงไปต่ําสุดในรอบ 3 ปีครึ่งเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น ๆ แต่ก็ฟื้นกลับมาแรง หลังถ้อยแถลงของพาวเวลล์
• ทั้งนี้ เฟดลดดอกเบี้ยลง 0.25 bps ตามคาด ขณะที่ Dot Plot บ่งชี้การปรับลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้รวมเป็น 75 bps พร้อมกับ ลดดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปี 2026 ซึ่งถือว่า Dot Plot "Dovish" กว่าการคาดการณ์เดิม เป็นที่มาทีทําให้ทองขึ้นก่อน
• อย่างไรก็ดี เฟดได้ปรับ "เพิ่ม" คาดการณ์ GDP ปี 2025 และ 2026, "คง" คาดการณ์อัตราการว่างงานปี 2025, “ลด” คาดการณ์ อัตราการว่างงานปี 2026 และ “คง” คาดการณ์เงินเฟ้อปี 2025 ซึ่งสะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ
• ด้านนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดบอกว่าการลดดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นการจัดการความเสี่ยง (risk-management cut) ซึ่งมาจาก ตลาดแรงงานที่เริ่มอ่อนแอลง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเร่งลดดอกเบี้ยต่อไปทันที นั่นทําให้ดอลลาร์ฟื้นตัวจากจุดต่ําสุดพร้อม กดดันให้เกิดแรงขายในตลาดทองคํา
คําแนะนํา
• วานนี้ ราคา Higher High ต่อเนื่อง พร้อมเกิดสัญญาณ RSI Bearish Divergence ใน 1 และ 4 ชม.ทําให้เกิดแรงขายส่งผลให้เข้าสู่ชุดพักใน ดีกรีที่ใหญ่กว่า อย่างไรก็ดี ทิศทางหลักยังเป็นขาขึ้นและในระยะกลางหากการพักตัวยั่งยืน $3,408 มองว่าเป็นเพียงการ “พักตัวเพื่อขึ้นต่อ” โดยมีเป้าแนวรับที่ $3,626-3,556 ขณะที่แนวต้านแรกวันนี้ประเมินที่ $3,678-3,668
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน ขายทํากําไรไม้เสี่ยงซื้อหากไม่ผ่าน $3,678 ผ่าน $3,678 ชะลอขายและขยับTrailing Stopมาเหนือทุนเพื่อLock ทุน
• เสี่ยงซื้ออีกครั้งหากราคาไม่หลุด $3,626-3,556 (ตัดขาดทุนหากหลุด $3,556)
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
