ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
ทิศทางราคาทองคํา
ราคาทองคําทําสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อย่างต่อเนื่อง (All-Time High) โดยพุ่งแตะระดับ 3,703 เหรียญ ก่อนจะย่อตัวลงมาปิดที่ 2,690 เหรียญ และในช่วงเช้ามีการเทขายทํากําไรลงมาที่ 3,677 เหรียญ ในขณะเดียวกันดัชนีดอลลาร์สหรัฐ ยังคงอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 96.72 จุด จากเดิมที่ 97.33 จุด ซึ่งกําลังลงมาทดสอบแนวรับที่สําคัญ โดยภาพรวมตลาดยังคงจับตาการประชุมธนาคาร กลางสหรัฐ (Fed) ในคืนนี้ช่วงเวลาตี 1 คาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% และยังต้อง จับตาประมาณการตัวเลข (dot plot) และการแถลงของ ประธานเฟด เจอโรม พาวเวลล์ เพื่อบ่งชี้ ทิศทางนโยบายการเงินในอนาคต ขณะที่ด้าน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ราคาทองคํายังคงได้รับ แรงหนุนจากสถานการณ์สงคราม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีอิสราเอลที่ยังคงโจมตีฉนวนกาซา ทําให้ สหประชาชาติ (UN) ออกมาประณามว่าเป็นการก่ออาชญากรรม และการโจมตีคลังนํ้ามันของรัสเซี ยโดยยูเครนที่ยังคงดําเนินอยู่ ซึ่งล้วนแต่เป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงให้กับเศรษฐกิจโลกกองทุน ทองคํา โดย SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 3.15 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 979.95 ตันภาพรวมเดือนกันยายน ซื้อสุทธิ 2.27 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 107.43 ตัน
วิเคราะห์ราคาทองคําทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคํายังคงทํา All-Time High อย่างต่อเนื่อง และอยู่ในแนวโน้มทิศทางขา ขึ้น (Uptrend) ที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตามในระยะสั้น ตัวชี้วัดโมเมนตัมหลายตัว เช่น ดัชนี RSI เริ่มส่ง สัญญาณเข้าสู่ภาวะ Overbought ซึ่งอาจต้องระมัดระวังแรงขายทํากําไรก่อนที่ราคาจะปรับตัวขึ้น ต่อ ประเมินกรอบระยะสั้น แนวรับที่ 3,660-3,640 เหรียญ และแนวต้าน 3,700-3,720 เหรียญ
บทวิเคราะห์ข้างต้นจัดทำขึ้นสำหรับกลุ่มลูกค้าของบริษัทฯเท่านั้น และเป็นการวิเคราะห์โดยยึดหลักตาม Technical Analysis ทั้งนี้ บริษัทฯไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ต่อการวิเคราะห์ข้างต้น นักลงทุนทุกท่านโปรดระลึกเสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนด้วยตัวของท่านเอง บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นโดย สถาบันการลงทุนทองคำ แม่ทองสุก MTS สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 0 2770 7788 หรือทางเว็บไซต์ mtsgold.co.th
