ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
ราคาทองคําวันนี้ (11 ก.ย.) อ่อนตัวเล็กน้อยสู่ราว 3,630 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยตลาดยังผันผวนจากปัจจัยเศรษฐกิจ และภูมิรัฐศาสตร์ หลัง Reuters รายงานว่าโดรนรัสเซียล้ําเขตโปแลนด์จนกองทัพนาโต้ต้องยิงสกัด เหตุการณ์ดังกล่าว อีกทั้ง ปธน.ทรัมป์ ยิ่งเพิ่มความกังวลต่อการลุกลามของสงครามและหนุนแรงซื้อทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เรียกร้องให้สหภาพยุโรปเก็บภาษีนําเข้าจากจีนและอินเดียเพื่อกดดันรัสเซีย ขณะที่ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ระบุว่า สหภาพยุโรปเตรียมคว่ําบาตรรัสเซียรอบที่ 19 และเพิ่มความช่วยเหลือยูเครน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อทองเช่นกัน ในด้าน เศรษฐกิจ Reuters รายงานว่าดัชนี PPI สหรัฐฯ เดือนสิงหาคมลดลงกว่าคาด หนุนทองคํา ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูล CPI คืนนี้ โดยรอยเตอร์คาดว่าจะขยายตัว 0.3% รายเดือน และ 2.9% รายปี หากออกมาสูงกว่าคาด ดอลลาร์มีแนวโน้ม แข็งค่าและกดดันทองในระยะสั้น นักลงทุนจึงจับตาการประกาศ Core CPI, CPI และจํานวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน คืนนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะเป็นปัจจัยชี้นําสําคัญต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์และราคาทองคําในระยะถัดไป.
คําแนะนํา
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน ไม้ซื้อขายทํากําไรหากไม่ผ่าน 3,657-3,674 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• พร้อมขยับ Trailing Stop มาที่ 3,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อ Lock กําไร
• รอเสี่ยงซื้ออีกครั้งหากราคาไม่หลุด 3,620-3,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• หากหลุดให้ชะลอการเข้าซื้อไปที่ 3,578-3,536 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตัดขาดทุนหากหลุด 3,536 ดอลลาร์ต่อออนซ์
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
