ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
ราคาทองคําวันนี้ (10 ก.ย.) ทรงตัวใกล้ระดับ 3,640 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดย Bloomberg รายงานว่าทองคํายังคงได้แรงหนุนจากกระแสคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย หลังข้อมูล เศรษฐกิจล่าสุดสะท้อนถึงภาวะอ่อนแอในตลาดแรงงาน ขณะเดียวกัน ANZ ปรับเพิ่มประมาณการราคาทองคําสิ้นปีขึ้น เป็น 3,800 ดอลลาร์ โดยให้เหตุผลว่าความเสี่ยงต่อการชะลอตัวของตลาดแรงงานจะทําให้เฟดคงท่าทีผ่อนคลายทางการ เงินต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนทิศทางขาขึ้นของทองคํา อีกทั้ง Reuters ยังรายงานว่า ปธน.ทรัมป์ ได้เสนอให้สหภาพยุโรปเรียกเก็บภาษีนําเข้าจากจีนและอินเดียสูงสุดถึง 100% เพื่อตอบโต้การซื้อน้ํามันจากรัสเซีย พร้อม ย้ําว่าสหรัฐฯ พร้อมดําเนินมาตรการในทํานองเดียวกัน สถานการณ์ดังกล่าวสร้างแรงกดดันต่อบรรยากาศการค้าโลกยิ่ง กระตุ้นแรงซื้อทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ทั้งนี้ นักลงทุนจึงจับตาการประกาศดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ คืนนี้อย่างใกล้ชิด ซึ่งจะเป็นปัจจัยชี้นําสําคัญต่อทิศทางของค่าเงินดอลลาร์และราคาทองคําในระยะถัดไป.
คําแนะนํา
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน ไม้ซื้อขายทํากําไรหากไม่ผ่าน 3,650-3,674 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• พร้อมขยับ Trailing Stop มาที่ 3,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพื่อ Lock กําไร
• รอเสี่ยงซื้ออีกครั้งหากราคาไม่หลุด 3,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• หากหลุดชะลอการเข้าซื้อไปที่ 3,578-3,536 ดอลลาร์ต่อออนซ์ตัดขาดทุนหากหลุด 3,536 ดอลลาร์ต่อออนซ์
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
