ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
Highlight ปัจจัยสําคัญ
• วันศุกร์ ราคาปิดบวก $30.85 พร้อมกับปิดบวก +4.7% ในเดือนส.ค.ซึ่งถือเป็นผลตอบแทนรายเดือนสูงสุดนับจากเดือนเม.ย. โดยราคาทองคําได้รับแรงกดดันจากดัชนีดอลลาร์ที่ปิดอ่อนค่าลง 2% ในเดือนส.ค. หลังจากดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วน บุคคล (PCE) เดือนก.ค.ที่ออกมาสอดคล้องกับการคาดการณ์ ขณะที่ผลสํารวจของม.มิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นขั้นสุดท้ายของ ผู้บริโภคสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 58.2 ในเดือนส.ค. ต่ํากว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ระดับ 58.6 ซึ่งเป็นข้อมูลสนับสนุนให้เฟดยังคงเดินหน้าสู่การ ลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมที่จะมีขึ้นในวันที่ 16-17 ก.ย.
• ทั้งนี้ FedWatch ของ CME บ่งชี้โอกาสที่เฟดจะลดดอกเบี้ยในเดือนก.ย.ไว้ที่ 87% เพิ่มขึ้นจาก 63% ในเดือนก่อนหน้า การคาดการณ์ ดังกล่าวกดดันดอลลาร์และหนุนทองคํา
• นอกจากนี้ ทองคํายังได้รับแรงหนุนจากความต้องการทองคําแท่งในอินเดียที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในสัปดาห์นี้ โดยผู้ค้าปลีกเร่งสต็ อกทองก่อนถึงฤดูเทศกาลทองคําของอินเดีย ทั้งนี้ ดีลเลอร์เสนอขายทองคําที่พรีเมียมสูงสุด 4 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เหนือราคาอย่าง เป็นทางการ (รวมภาษีนําเข้า 6% และภาษีขาย 3%) เพิ่มขึ้นเทียบกับสัปดาห์ก่อนที่เคยอยู่ในราคาส่วนลด 2 ดอลลาร์ถึงพรีเมียม 3 ดอลลาร์ต่อออนซ์
คําแนะนํา
• วันศุกร์ การพักตัวไม่หลุด $3,393 สะท้อนว่าราคายังมีโมเมนตัมขาขึ้นในระยะสั้น แต่ราคาเริ่มเข้าสู่สภาวะ Overbought ทั้งใน 1 และ 4 ชั่วโมง จึงคาดหวังการพักตัว วันนี้หากการพักตัวไม่หลุด $3,405 เป็นการพักตัวเพื่อขึ้นต่อ แต่หากราคาหลุด $3,405 จะมีการพักตัวที่ลึกมากขึ้น โดยมีแนวรับถัดไป $3,374-3,355
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน การเข้าสถานะใหม่รอเสี่ยงซื้อหากราคาไม่หลุด $3,434-3,423
• ขายทํากําไรหากราคาไม่ผ่าน $3,455 ผ่าน $3,455 รอขายที่ต้านถัดไป (ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลุด $3,405)
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
