ลุ้นข้อมูลการจ้างงาน US กังวลทรัมป์แทรกแซง ลุ้นการเมืองไทยยุบสภาหรือเลือกตั้งใหม่

เผยแพร่ 01/09/2025 09:56

ลุ้น ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ พร้อมจับตาสถานการณ์การเมืองไทย อย่างใกล้ชิด

 

▪ สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินดอลลาร์ยังคงเผชิญแรงกดดัน หลังผู้เล่นในตลาดปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ท่ามกลางความกังวลการเข้าแทรกแซงเฟดจากฝั่งการเมืองสหรัฐฯ 

 

▪ ควรรอติดตาม รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญจากฝั่งสหรัฐฯ โดยเฉพาะข้อมูลการจ้างงาน พร้อมติดตามสถานการณ์การเมืองไทยอย่างใกล้ชิด

 

▪ เงินดอลลาร์เสี่ยงผันผวนสูง ตามการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด และยังคงเผชิญ Two-way risk (พร้อมเคลื่อนไหวได้สองทิศทาง) ซึ่งต้องรอลุ้นรายงานข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ในส่วนของค่าเงินบาท แม้เงินบาทจะได้แรงหนุนบ้าง จากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ ทว่า ความไม่แน่นอนของการเมืองไทยอาจเป็นปัจจัยกดดันเงินบาทในระยะสั้น นอกจากนี้ ความเสี่ยง Two-way risk ยังคงอยู่ โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านอ่อนค่า ในกรณีที่สถานการณ์การเมืองไทยมีความวุ่นวายมากขึ้น กดดันให้บรรดานักลงทุนต่างชาติทยอยขายทำกำไรสินทรัพย์ไทยเพิ่มเติม รวมถึงกรณีที่ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งอาจหนุนเงินดอลลาร์ พร้อมกดดันราคาทองคำและเงินบาทได้พอสมควร

 

▪ มองกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้ 

32.00-32.75 บาท/ดอลลาร์

 

มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก

▪ ฝั่งสหรัฐฯ – ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่รายงานข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ อย่าง ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) และอัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) ในเดือนสิงหาคม ซึ่งจะทยอยรับรู้ในช่วงราว 19.30 น. ของวันศุกร์ที่ 5 กันยายน ตามเวลาประเทศไทย โดยในช่วงก่อนหน้านั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจ อาทิ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ (ISM Manufacturing & Services PMIs) ในเดือนสิงหาคม รวมถึง ยอดตำแหน่งงานเปิดรับใหม่ (JOLTS Job Openings) ในเดือนกรกฎาคม และยอดการจ้างงานภาคเอกชน โดย ADP ซึ่งจะช่วยสะท้อนถึงแนวโน้มการจ้างงานของสหรัฐฯ และอาจส่งผลกระทบต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของเฟด ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อโอกาสการลดดอกเบี้ยของเฟด ในการประชุม FOMC เดือนกันยายน ซึ่งผู้เล่นในตลาดประเมินว่า เฟดมีโอกาสราว 87% ที่จะลดดอกเบี้ย 25bps ในการประชุมดังกล่าว

 

▪ ฝั่งยุโรป – ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ผ่านถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ ECB รวมถึง รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อย่าง อัตราเงินเฟ้อ CPI ของยูโรโซน ในเดือนสิงหาคม รวมถึงยอดค้าปลีก (Retail Sales) ของอังกฤษ และยูโรโซน ในเดือนกรกฎาคม



▪ ฝั่งเอเชีย – ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจจีนผ่านรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการ ในเดือนสิงหาคม โดย RatingDog (เดิมคือรายงานข้อมูล Caixin PMIs) ซึ่งจะสะท้อนถึงภาวะภาคธุรกิจขนาดเล็ก-กลางของจีนได้เป็นอย่างดี ส่วนในฝั่งญี่ปุ่น ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ผ่านรายงานอัตราการเติบโตของค่าจ้างในเดือนกรกฎาคม ซึ่งล่าสุด ผู้เล่นในตลาดประเมินโอกาสราว 69% ที่ BOJ จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย 25bps อีก 1 ครั้ง ในปีนี้ ในส่วนนโยบายการเงินนั้น ทางฝั่งธนาคารกลางมาเลเซีย (BNM) อาจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 2.75% ทว่า ผู้เล่นในตลาดคงมองว่า BNM มีโอกาสเดินหน้าลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม 25bps ภายในช่วง 1 ปี ข้างหน้า เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ  

 

▪ ฝั่งไทย – ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์การเมืองไทย เพื่อประเมินแนวโน้มการจัดตั้งรัฐบาลใหม่และความเป็นไปได้ของการยุบสภา ซึ่งจะนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ในช่วงปลายปี หรือ ไตรมาส 1 ของปีหน้า ในส่วนของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิต ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ (Business Sentiment) และอัตราเงินเฟ้อ CPI ในเดือนสิงหาคม 

 

ลุ้น ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ พร้อมจับตาสถานการณ์การเมืองไทย อย่างใกล้ชิด

 

▪ สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินดอลลาร์ยังคงเผชิญแรงกดดัน หลังผู้เล่นในตลาดปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ท่ามกลางความกังวลการเข้าแทรกแซงเฟดจากฝั่งการเมืองสหรัฐฯ 

 

▪ ควรรอติดตาม รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญจากฝั่งสหรัฐฯ โดยเฉพาะข้อมูลการจ้างงาน พร้อมติดตามสถานการณ์การเมืองไทยอย่างใกล้ชิด

 

▪ เงินดอลลาร์เสี่ยงผันผวนสูง ตามการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด และยังคงเผชิญ Two-way risk (พร้อมเคลื่อนไหวได้สองทิศทาง) ซึ่งต้องรอลุ้นรายงานข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ในส่วนของค่าเงินบาท แม้เงินบาทจะได้แรงหนุนบ้าง จากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ ทว่า ความไม่แน่นอนของการเมืองไทยอาจเป็นปัจจัยกดดันเงินบาทในระยะสั้น นอกจากนี้ ความเสี่ยง Two-way risk ยังคงอยู่ โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านอ่อนค่า ในกรณีที่สถานการณ์การเมืองไทยมีความวุ่นวายมากขึ้น กดดันให้บรรดานักลงทุนต่างชาติทยอยขายทำกำไรสินทรัพย์ไทยเพิ่มเติม รวมถึงกรณีที่ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งอาจหนุนเงินดอลลาร์ พร้อมกดดันราคาทองคำและเงินบาทได้พอสมควร

 

▪ มองกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้ 

32.00-32.75 บาท/ดอลลาร์

 

มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก

▪ ฝั่งสหรัฐฯ – ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่รายงานข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ อย่าง ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) และอัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) ในเดือนสิงหาคม ซึ่งจะทยอยรับรู้ในช่วงราว 19.30 น. ของวันศุกร์ที่ 5 กันยายน ตามเวลาประเทศไทย โดยในช่วงก่อนหน้านั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจ อาทิ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ (ISM Manufacturing & Services PMIs) ในเดือนสิงหาคม รวมถึง ยอดตำแหน่งงานเปิดรับใหม่ (JOLTS Job Openings) ในเดือนกรกฎาคม และยอดการจ้างงานภาคเอกชน โดย ADP ซึ่งจะช่วยสะท้อนถึงแนวโน้มการจ้างงานของสหรัฐฯ และอาจส่งผลกระทบต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของเฟด ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อโอกาสการลดดอกเบี้ยของเฟด ในการประชุม FOMC เดือนกันยายน ซึ่งผู้เล่นในตลาดประเมินว่า เฟดมีโอกาสราว 87% ที่จะลดดอกเบี้ย 25bps ในการประชุมดังกล่าว

 

▪ ฝั่งยุโรป – ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ผ่านถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ ECB รวมถึง รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อย่าง อัตราเงินเฟ้อ CPI ของยูโรโซน ในเดือนสิงหาคม รวมถึงยอดค้าปลีก (Retail Sales) ของอังกฤษ และยูโรโซน ในเดือนกรกฎาคม



▪ ฝั่งเอเชีย – ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจจีนผ่านรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการ ในเดือนสิงหาคม โดย RatingDog (เดิมคือรายงานข้อมูล Caixin PMIs) ซึ่งจะสะท้อนถึงภาวะภาคธุรกิจขนาดเล็ก-กลางของจีนได้เป็นอย่างดี ส่วนในฝั่งญี่ปุ่น ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ผ่านรายงานอัตราการเติบโตของค่าจ้างในเดือนกรกฎาคม ซึ่งล่าสุด ผู้เล่นในตลาดประเมินโอกาสราว 69% ที่ BOJ จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย 25bps อีก 1 ครั้ง ในปีนี้ ในส่วนนโยบายการเงินนั้น ทางฝั่งธนาคารกลางมาเลเซีย (BNM) อาจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 2.75% ทว่า ผู้เล่นในตลาดคงมองว่า BNM มีโอกาสเดินหน้าลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม 25bps ภายในช่วง 1 ปี ข้างหน้า เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ  


▪ ฝั่งไทย – ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์การเมืองไทย เพื่อประเมินแนวโน้มการจัดตั้งรัฐบาลใหม่และความเป็นไปได้ของการยุบสภา ซึ่งจะนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ในช่วงปลายปี หรือ ไตรมาส 1 ของปีหน้า ในส่วนของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิต ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ (Business Sentiment) และอัตราเงินเฟ้อ CPI ในเดือนสิงหาคม

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย