ผู้เชี่ยวชาญชี้แนวทางที่แตกต่างกันในการพัฒนาควอนตัมคอมพิวติ้งของบริษัทเทค
Highlight ปัจจัยสําคัญ
• วานนี้ ราคาปิดบวก $7.98 โดยราคาทองคําได้รับแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ปรับ ตัวลดลง หลังข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐทําให้คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายน และกระตุ้น ให้มีการคาดการณ์ถึงการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมในช่วงที่เหลือของปีนี้
• ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์แตะระดับต่ําสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์ ขณะที่สก็อตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐ เรียกร้องให้มี "การปรับลดอัตรา ดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง" และกล่าวว่า เฟดอาจเริ่มต้นการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยลง 50 bps
• อย่างไรก็ดี ราคาทองคําถูกสกัดช่วงบวก หลังราคาบิตคอยน์พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ที่ 123,674.71 ดอลลาร์ สหรัฐในการซื้อขายล่าสุด ท่ามกลางกระแสเงินทุนไหลเข้าจากนักลงทุนสถาบันที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงกฎ ระเบียบมากมายที่นําโดยปธน.ทรัมป์ สถานการณ์ดังกล่าวดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเก็งกําไรบางส่วนจากตลาดทองคํา
คําแนะนํา
• วานนี้ ราคาผ่านแนวต้านระยะสั้นที่ $3,358 จนกระทั่งทดสอบแนวต้านบริเวณ $3,369-3,382 ก่อนจะมีแรงขายทํากําไรสลับออกมาในช่วงเปิด ตลาดในตลาดเอเชีย อย่างไรก็ดี หากการย่อตัวเริ่มทํา Higher Low เหนือ $3,330 จะทําให้มุมมองเชิงบวกในทางเทคนิคเพิ่มขึ้น กลับกันหาก ราคาไม่สามารถยืนเหนือ $3,330 ได้ประเมินว่าการพักตัวในช่วงที่ผ่านมายังไม่จบ
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน แบ่งขายกําไรสถานะซื้อหากไม่ผ่าน $3,369-3,382 พร้อมขยับ Trailing Stop มาเหนือทุนเพื่อ lock กําไร
• การเข้าสถานะใหม่รอย่อแล้วเสี่ยงซื้อหากราคาไม่หลุด $3,342-3,330 (ตัดขาดทุนหากหลุด $3,330)
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
