ทรัมป์และชูเมอร์ก้าวหน้าสู่ข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบาล - NYT
ณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ
ราคาทองคําปรับตัวสูงขึ้นจากเมื่อวาน หลังจากที่ราคาทองคําร่วงลงไปทําจุดตํ่าสุดที่บริเวณ 3,330 เหรียญ ก่อนจะดีดตัวกลับขึ้นมาปิดที่ระดับ 3,348 เหรียญ ขณะที่เช้านี้ราคาทองคําเปิดที่ระดับ 3,353 เหรียญ ซึ่งบ่งชี้ว่าราคาทองคําเริ่มกลับมาทรงตัวในบริเวณแนวรับสําคัญระยะสั้นที่ 3,350 เหรียญ โดยจะมีแนวต้าน อยู่ที่ 3,400 เหรียญ ซี่งก่อนหน้านี้ราคาทองคําได้รับแรงหนุนจากข่าวลือที่ว่า "โดนัลด์ ทรัมป์" อาจจะเก็บภาษีทองคําจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แต่เมื่อ รัฐบาลออกมาปฏิเสธข่าวนี้ ทําให้ราคาทองคํากลับสู่สภาวะปกติ ทั้งในตลาด Gold Comex และ Spot โดย Gold Comex กลับมาปิดที่ 3,400 เหรียญ สําหรับ เมื่อวานมีตัวเลขเศรษฐกิจที่สําคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ Core CPI m/m และ CPI m/m ออกมาใกล้เคียงจากที่คาดการณ์ ขณะที่ CPI y/y ออกมาลดลงจากที่ คาดการณ์ ทําให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจจะลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน ซึ่งสอดคล้องกับที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ให้ความเห็นว่า เฟดควรพิจารณาลดดอกเบี้ยถึง 0.50% ในเดือนกันยายน เพราะหากเฟดเห็นข้อมูลการจ้างงานที่อ่อนแอฉบับแก้ไข เร็วกว่านี้ ก็อาจจะลดดอกเบี้ยไปตั้งแต่เดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคมแล้ว ซึ่งแสดงถึงภาพรวมเศรษฐกิจที่น่ากังวลขณะที่ด้านสงครามการค้า การเจรจาการ ค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ และขยายเวลาออกไปอีก 90 วัน จนถึงวันที่ 10 พ.ย. ในขณะที่อินเดียถูกพิจารณาเพิ่มภาษีอีก 25% รวม เป็น 50% ถือเป็นประเทศที่โดนภาษีทรัมป์สูงสุดในโลก เนื่องจากรัฐบาลอินเดีย ยังคงมีการนําเข้านํ้ามันจากรัสเซียโดยตรงหรือโดยอ้อม อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นําสหรัฐฯ และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นํารัสเซีย มีกําหนดจะพบกันที่รัฐอะแลสกาในวันศุกร์นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับการยุติ สงครามในยูเครน โดยหากการประชุมในวันศุกร์นําไปสู่หยุดยิงหรือแม้แต่ทําให้ข้อตกลงสันติภาพในยูเครนเข้าใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น ปธน.ทรัมป์ก็อาจระงับ มาตรการภาษีทุติยภูมิ (Secondary Tariffs) ที่ประกาศเรียกเก็บจากอินเดียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนที่มาตรการจะมีผลบังคับใช้ในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า ใน ส่วนของกองทุนทองคํา SPDR เมื่อวานนี้ไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันถือครองที่ 964.22 ตัน ขณะที่นักวิเคราะห์จากธนาคาร ING คาดการณ์ว่าทองคําจะ ทําลายสถิติสูงสุดเดิมในไม่ช้า นักยุทธศาสตร์สินค้าโภคภัณฑ์ของ ING ได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์ราคาทองคําในไตรมาส 4: อยู่ที่ 3,450 เหรียญ และไตรมาส แรกของปีหน้า: คาดว่าราคาทองคําจะพุ่งสูงกว่า 3,500 เหรียญ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 4.3% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 3.737% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตร รัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ 0.56% ขณะที่ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 1% ในวันอังคาร ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สําหรับวันนี้ติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คาดว่ามีแนวโน้มคงอัตรา ดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.75% ขณะที่ค่าเงินบาทกลับมาทรงตัวที่บริเวณ 32.33 บาทต่อดอลลาร์หลังจากที่สัปดาห์ก่อนหน้าลงไปถึง 32.10 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่ง ถือเป็นแนวรับสําคัญ ขณะที่ราคาทองไทยคาดว่าจะทรงตัวอยู่ที่ 51,000 บาท ซึ่งถือเป็นแนวรับสําคัญระยะสั้น หลังจากที่สัปดาห์ที่แล้วราคาทองไทยปรับตัวขึ้น ก่อนจะปรับตัวลดลงมาจากการที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น
วิเคราะห์ราคาทองคําทางเทคนิค
ภาพรวมราคาทองคํายังคงเคลื่อนตัวอยู่ในทิศทาง Sideways โดยวันนี้คาดว่าจะมีกรอบ แนวรับที่ระดับ 3,335 เหรียญ และแนวต้านที่ระดับ 3,380 เหรียญ สําหรับ Gold Online Futures คาดจะมีกรอบแนวรับ 3,360 เหรียญ และแนวต้าน 3,405 เหรียญ และ Gold Comex คาดจะมีกรอบแนวรับ 3,385 เหรียญ และแนวต้าน 3,430 เหรียญ ในส่วนของ ราคาทองไทยจะมีแนวรับระยะสั้นที่ 50,900 บาท/บาททองคํา และมีแนวต้านระยะสั้นที่ 51,500 บาท/บาททองคํา
บทวิเคราะห์ข้างต้นจัดทำขึ้นสำหรับกลุ่มลูกค้าของบริษัทฯเท่านั้น และเป็นการวิเคราะห์โดยยึดหลักตาม Technical Analysis ทั้งนี้ บริษัทฯไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ต่อการวิเคราะห์ข้างต้น นักลงทุนทุกท่านโปรดระลึกเสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนด้วยตัวของท่านเอง บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นโดย สถาบันการลงทุนทองคำ แม่ทองสุก MTS สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 0 2770 7788 หรือทางเว็บไซต์ mtsgold.co.th
