ทรัมป์และชูเมอร์ก้าวหน้าสู่ข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบาล - NYT
ทิศทางราคาทองคํา
ราคาทองคํายังคงแกว่งตัวอยู่ในกรอบระหว่าง 3,320-3,350 เหรียญ แม้จะมีบางช่วงที่ราคาเหวี่ยงตัวสูงขึ้นไป ถึงระดับ 3,377 เหรียญในเมื่อวานนี้ จากข่าวลือที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะปลดเจอโรม พาวเวล ออกจาก ตําแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ทําให้ตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของระบบ การเงินสหรัฐฯ และความน่าเชื่อถือในการบริหารนโยบายการเงินของ Fed อย่างไรก็ตาม หลังจากทรัมป์ออกมา ปฏิเสธข่าวลือดังกล่าว ราคาทองคําก็ปรับตัวลดลงมาปิดที่ระดับ 3,347 บาท สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนจาก ความไม่แน่นอนและความไม่เชื่อมั่นในระบบการเงินที่เพิ่มขึ้น ขณะที่เมื่อคืนนี้มีการเทขายพันธบัตรสหรัฐฯจํานวน มาก ทําให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี และ 2 ปี ปรับตัวสูงขึ้น โดยส่วนต่างอัตราผลตอบแทน พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ 0.57% ซึ่งหมายความว่ามีการเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวอายุ 10 ปีค่อนข้างสูง แสดงให้เห็นว่าตลาดโดยรวมยังคงให้นํ้าหนักกับความไม่แน่นอนของภาวะ เศรษฐกิจสหรัฐฯ ค่อนข้างมาก ในส่วนของกองทุนทองคํา SPDR เมื่อวานนี้ซื้อเข้า 3.15 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 950.79 ตัน ขณะที่สงครามในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อ และดูไม่น่าจะยุติลงได้ โดยล่าสุดอิสราเอลได้เปิดฉาก โจมตีทางอากาศอย่างรุนแรงในกรุงดามัสกัสของซีเรีย ซึ่งสร้างความเสียหายต่อกระทรวงกลาโหมของซีเรีย นอกจากนี้ การโจมตียังเกิดขึ้นใกล้กับทําเนียบประธานาธิบดีของซีเรียด้วย ขณะที่ทางด้านสงครามการค้า ดูเหมือนว่าสหรัฐฯ จะได้เปรียบและเป็นไปตามที่ทรัมป์ต้องการ ทําให้ประเทศเล็กๆในเอเชีย รวมถึงไทย อาจได้รับ ผลกระทบจากเรื่องนี้และต้องรอดูว่าจีนจะตอบโต้อย่างไรต่อ ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจที่สําคัญของสหรัฐฯเมื่อวาน นี้ ได้แก่ Core PPI m/m และ PPI m/m ออกมาลดลงจากที่คาดการณ์ ขณะที่ดัชนีดอลลาร์เมื่อวานนี้เปิดที่ 98.58 จุด และลงมาทําตํ่าสุดที่ระดับ 97.71 จุด และปิดที่ระดับ 98.27 จุด ขณะที่เช้านี้อยู่ที่ระดับ 98.53 จุด ขณะที่ค่าเงิน บาทกลับมาเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 32.44-32.59 บาทต่อดอลลาร์ โดยเช้านี้อยู่ที่ 32.49 บาทต่อดอลลาร์ เรียก ได้ว่าค่าเงินบาทยังคงแกว่งตัวในทิศทางที่ค่อนข้างแข็งค่าในกรอบ Sideways
วิเคราะห์ราคาทองคําทางเทคนิค
ราคาทองคํายังคงเคลื่อนตัวอยู่ในกรอบแคบ Sideways โดยวันนี้คาดว่าจะมีแนวรับสําคัญอยู่ที่ระดับ 3,320 เหรียญ และแนวต้านที่ระดับ 3,355 เหรียญ ขณะที่ภาพรวมราคาทองไทยยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways เช่นเดียวกัน ซึ่งยังคงต้องรอปัจจัยใหม่ๆ เข้ามา โดยแนะนําให้ทยอยเข้าซื้อสะสมเมื่อราคาอ่อน ตัวลงมา และ ขายทํากําไรตามรอบเมื่อมีแรงเหวี่ยงขึ้น สําหรับ Gold Online Futures คาดจะมีกรอบแนว รับ 3,365 เหรียญ และแนวต้าน 3,400 เหรียญ และ Gold Comex คาดจะมีกรอบแนวรับ 3,330 เหรียญ และแนวต้าน 3,365 เหรียญ ในส่วนของราคาทองไทยจะมีแนวรับระยะสั้นที่ 51,000 บาท/บาททองคํา และ มีแนวต้านระยะสั้นที่ 51,600 บาท/บาททองคํา
บทวิเคราะห์ข้างต้นจัดทำขึ้นสำหรับกลุ่มลูกค้าของบริษัทฯเท่านั้น และเป็นการวิเคราะห์โดยยึดหลักตาม Technical Analysis ทั้งนี้ บริษัทฯไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ต่อการวิเคราะห์ข้างต้น นักลงทุนทุกท่านโปรดระลึกเสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนด้วยตัวของท่านเอง บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นโดย สถาบันการลงทุนทองคำ แม่ทองสุก MTS สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 0 2770 7788 หรือทางเว็บไซต์ mtsgold.co.th
