ทรัมป์และชูเมอร์ก้าวหน้าสู่ข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบาล - NYT
ราคาทองคําวันนี้ (7 เม.ย.) สามารถฟื้นตัวขึ้นรักษาการเคลื่อนไหวในระดับสูง หลังมีการปรับตัวลงสร้างระดับต่ําสุดใหม่ ในรอบ 3 สัปดาห์ ทั้งนี้ ราคาทองคําถูกกดดัน จากแรงเทขายทํากําไร เพื่อเพิ่มระดับเงินสด และสํารองการจ่ายเพื่อรักษา หลักประกัน (Maintenance Margin) ในการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง ท่ามกลางการปรับตัวลงที่รุนแรงของดัชนีตลาดหุ้น ทั่วโลก เนื่องด้วยนักลงทุนตอบสนองเชิงลบต่อสถานการณ์สงครามการค้า ที่ส่อแววความรุนแรงมากยิ่งขึ้น หลังการให้ สัมภาษณ์ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และนายสก็อตต์ เบสเซ็นต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของ สหรัฐ ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น บ่งชี้ถึงการเดินหน้าปรับขึ้นอัตราภาษีนําเข้าเพื่อการตอบโต้ (Reciprocal tariffs) ซึ่งจีนได้ประกาศมาตรการตอบโต้แผนการด้านภาษีดังกล่าว ขณะที่สหภาพยุโรปได้เตรียมแผนสําหรับการตอบโต้เช่นกัน สถานการณ์เช่นนี้ มีส่วนเพิ่มมุมมองเชิงลบต่อเศรษฐกิจสหรัฐเป็นอย่างมาก โดยโกลด์แมน แซคส์ และเจพี มอร์แกน เพิ่มความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจสหรัฐอาจเผชิญกับภาวะถดถอยในปีนี้ สู่ระดับ 45.0% และ 60.0% ตามลําดับ สอดคล้อง กับกระแสคาดการณ์ของตลาด ที่บ่งชี้ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงถึง 1.25% ในปีนี้ เมื่อประกอบกับแรงซื้อพันธบัตรสหรัฐในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย กดดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัญปรับตัวลง ค่าเงินดอลลาร์จึงได้รับแรงกดดันให้ปรับตัวลงตาม ซึ่งนับว่าเป็นปัจจัยหนุนการปรับตัวขึ้นของราคาทองคํา นอกจากนั้น ทองคํามีแนวโน้มถูกเข้าซื้อในฐานะสินทรัพย์เช่นเดียวกัน ช่วงการปรับตัวลงของราคาทองคําจึงยังอาจจํากัดในระยะนี้
คําแนะนํา
• ซื้อคืนทํากําไร หากราคาปรับตัวลงไม่หลุดแนวรับบริเวณ 3,013 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• หากราคาหลุดแนวรับดังกล่าว รอเข้าซื้ออีกครั้ง หากราคาไม่หลุดแนวรับที่ 2,971 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• แบ่งขายทํากําไร หากราคาปรับตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้านช่วง 3,054 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• สถานะซื้อควรตัดขาดทุน หากราคาหลุดแนวรับระดับ 2,971 ดอลลาร์ต่อออนซ์
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
