ราคาทองคำลดลงต่อเนื่องจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ยังคงมีผลงานยอดเยี่ยมในเดือนมกราคม
ราคาทองคําวันนี้ (3 เม.ย.) มีการปรับตัวขึ้นสร้างระดับสูงสุดตลอดกาลครั้งล่าสุดที่ 3,167.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ ในคืนที่ผ่านมา (2 เม.ย.) นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดเผยรายละเอียดการปรับขึ้นอัตราภาษีนําเข้าเพื่อ การตอบโต้ (Reciprocal tariffs) โดยมีขั้นต่ําที่ระดับ 10.0% สําหรับสินค้านําเข้าทุกรายการจากมากกว่า 180 ประเทศ ทั่วโลก และปรับขึ้นด้วยอัตราที่สูงกว่า สําหรับหลายประเทศ อาทิ จีน ที่ถูกปรับขึ้นอีก 34.0% เมื่อรวมกับที่ถูกปรับขึ้นไป ก่อนแล้ว จีนจึงถูกปรับขึ้นรวมที่อัตรา 54.0% และสหภาพยุโรป ที่ถูกปรับขึ้นที่อัตรา 20.0% ซึ่งนับว่าเป็นมาตรการด้าน ภาษีศุลกากรที่แข็งกร้าวกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ นักลงทุนจึงมีการตอบสนองเชิงลบ ทําให้ทองคําและพันธบัตรสหรัฐ ได้รับแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น ราคาทองคําจึงถูกหนุนให้ปรับตัวขึ้นสร้างระดับสูงสุดตลอดกาลครั้งใหม่ อย่างไรก็ดี ราคาทองคําถูกกดดันให้ย่อตัวลง จากทั้งแรงขายทํากําไร และแรงซื้อทองคําเก็งกําไรที่อาจชะลอตัวลง จาก การละเว้นการปรับขึ้นอัตราภาษีนําเข้าทองคําของสหรัฐ แต่กระนั้น ด้วยความวิตกกังวลต่อผลกระทบจากมาตรการด้าน ภาษีดังกล่าว มีส่วนหนุนการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย ราคาทองคําจึงยังมีแนวโน้มรักษาการเคลื่อนไหวในระดับสูง
คําแนะนํา
• เข้าซื้อ หากราคาปรับย่อตัวลงไม่หลุดแนวรับบริเวณ 3,123-3,116 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• หากราคาหลุดแนวรับดังกล่าว รอซื้อที่แนวรับถัดไป แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 3,105 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ควรตัดขาดทุน
• แบ่งขายทํากําไร หากราคาปรับตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้านโซน 3,145-3,167 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• หากราคาผ่านแนวต้านดังกล่าว ชะลอการขายไปที่แนวต้านช่วง 3,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
