ราคาทองคำลดลงต่อเนื่องจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ยังคงมีผลงานยอดเยี่ยมในเดือนมกราคม
ราคาทองคําวันนี้ (2 เม.ย.) แม้มีการเคลื่อนไหวสลับขึ้นลง แต่ยังคงรักษาการทรงตัวในระดับสูง ทั้งนี้ ราคาทองคําถูก กดดัน จากการทยอยขายทํากําไร ประกอบกับการขยับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ตามแรงขายขายทํา กําไรในพันธบัตรสหรัฐบางส่วน รวมถึงการเพื่อความเป็นไปได้ของนักลงทุนต่อแนวโน้มที่ธนาคากลางสหรัฐ (เฟด) อาจ ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างจํากัด หลังสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เผยข้อมูลดัชนีราคาภาคการผลิต เดือนมี.ค. ของสหรัฐ ที่พบการปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 69.4 สูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ เดือนก.ค. ปี 2022 ซึ่งถูกชี้นําจากความกังวลในประเด็นภาษีศุลกากรของรัฐบาลสหรัฐ อย่างไรก็ดี ด้วยความกังวล ของนักลงทุนต่อแผนการปรับขึ้นอัตราภาษีนําเข้าเพื่อการตอบโต้ (Reciprocal tariffs) ที่มีคิวถูกเปิดเผยรายละเอียด ในคืนนี้ เวลา 03:00 น. โดยทางวอชิงตัน โพสต์ รายงานว่า แผนการดังกล่าว อาจมีขนาดที่ราว 20.0% กับประเทศคู่ค้า เกือบทั้งหมด สถานการณ์เช่นนี้ ส่งเสริมการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย ทําให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอาจยัง ขยับตัวขึ้นต่อได้ไม่มากนัก และมีส่วนจํากัดแรงขายทองคําทํากําไร หนุนการเคลื่อนไหวในระดับสูงของราคาทองคํา อนึ่ง ทรัมป์ยังไม่ได้ตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้ายของแผนการดังกล่าว ดังนั้น แนะนําติดตามแถลงการณ์ของทรัมป์ในคืนนี้ เพื่อ ประเมินความชัดเจนและความรุนแรงในแผนการด้านภาษีของสหรัฐ อันจะมีส่วนขับเคลื่อนราคาทองคําในระยะต่อไป
คําแนะนํา
• เข้าซื้อ หากราคาปรับย่อตัวลงไม่หลุดแนวรับระดับ 3,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• หากราคาหลุดแนวรับดังกล่าว ชะลอการซื้อไปที่แนวรับโซน 3,091-3,055 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• แบ่งขายทํากําไร หากราคาปรับตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ 3,125-3,138 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• หากราคาผ่านแนวต้านดังกล่าว รอขายที่แนวต้านช่วง 3,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
