เปิดแอป

เรายังคงมุมมองเดิมว่า ราคาทองคำเสี่ยงย่อตัวลงบ้าง

เผยแพร่ 31/03/2025 09:41

Economic Highlight

ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ และการประกาศมาตรการกีดกันทางการค้าเพิ่มเติมของรัฐบาลสหรัฐฯ 

FX Highlight

  • สัปดาห์ที่ผ่านมา การอ่อนค่าของเงินบาทยังเป็นไปอย่างจำกัด แม้จะเผชิญแรงกดดันจากความกังวลนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ แต่เงินบาทก็พอได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาทองคำ
  • สำหรับสัปดาห์นี้ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ รวมถึงรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการ จากฝั่งสหรัฐฯ และจีน พร้อมจับตา การประกาศมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ
  • นอกเหนือจากแนวโน้มเงินดอลลาร์ ปัจจัยอื่นๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อเงินบาทได้นั้น ยังคงประกอบด้วย ทิศทางราคาทองคำ รวมถึงฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติในตลาดทุนไทย ซี่งอาจได้รับผลกระทบบ้างจากเหตุแผ่นดินไหวในช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา 
  • เงินดอลลาร์อาจรีบาวด์แข็งค่าขึ้นบ้าง หากทางการสหรัฐฯ เดินหน้านโยบายกีดกันทางการค้า ตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศไว้ ทว่าเงินดอลลาร์อาจเผชิญแรงกดดันได้ หากผู้เล่นในตลาดยังคงกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งต้องรอลุ้นรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ
  • ในเชิงเทคนิคัล หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มทยอยแข็งค่าขึ้น หรือ แกว่งตัว Sideways จนกว่าจะสามารถอ่อนค่าทะลุโซน 34.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน 
  • สัญญาณจาก RSI MACD และ Stochastic ใน Time Frame รายวัน สำหรับ USDTHB สะท้อนว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทยังมีกำลังอยู่ อาจกดดันให้เงินบาททยอยอ่อนค่าลงได้
  • ส่วนสัญญาณจาก RSI Stochastic และ MACD ใน Time Frame H4 โดยรวมให้ภาพไม่ต่างกับ Time Frame รายวัน ทว่า สัญญาณ จาก RSI MACD และ Stochastic ชี้ว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าลงของเงินบาทก็เริ่มชะลอลงบ้าง แถวโซนแนวต้าน 34.00 บาทต่อดอลลาร์ 
  • ทั้งนี้ สัญญาณจาก RSI และ MACD ใน Time Frame H1 สะท้อนว่า เงินบาทอาจชะลอการอ่อนค่าลง หลังเงินบาทยังไม่สามารถอ่อนค่าทะลุโซน 34.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน
  • โดยรวมเรายังคงมองว่า เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่าลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ท่ามกลางปัจจัยกดดัน ทั้ง ความกังวลแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ และความกังวลผลกระทบจากแผ่นดินไหวต่อเศรษฐกิจ (ซึ่งเรามองว่า ไม่สูงนัก แต่อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้เล่นในตลาดในระยะสั้นได้) 
  • นอกจากนี้ เราจะมั่นใจมากขึ้นว่า เงินบาทจะกลับเข้าสู่แนวโน้มการอ่อนค่าลงอีกครั้ง หากเงินบาทสามารถอ่อนค่าทะลุโซน 34.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้ชัดเจน เมื่อประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following ทั้งนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทอาจถูกชะลอลงได้บ้าง ตราบใดที่ราคาทองคำยังสามารถปรับตัวขึ้นได้ หรืออย่างน้อยก็แกว่งตัว Sideways โดยเงินบาทยังมีโซนแนวต้านสำคัญแถว 34.00 บาทต่อดอลลาร์ (แนวต้านถัดไป 34.40-34.50 บาทต่อดอลลาร์) ขณะที่โซนแนวรับสำคัญจะอยู่ในช่วง 33.50-33.60 บาทต่อดอลลาร์ (แนวรับถัดไป 33.30 บาทต่อดอลลาร์)

Gold Highlight

  • สัปดาห์ที่ผ่านมา ความกังวลแนวโน้มนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ อีกทั้งความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงร้อนแรงอยู่นั้น ได้หนุนให้ ราคาทองคำสามารถปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ (New All-Time High)
  • หากประเมินจากกลยุทธ์ Trend-Following ราคาทองคำ (XAUUSD) ยังถือว่าอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) ตราบใดที่ราคาทองคำสามารถยืนเหนือโซน  3,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้
  • เรายังคงมุมมองเดิมว่า ราคาทองคำเสี่ยงย่อตัวลงบ้าง อยู่ในช่วงการพักฐานได้ หากตลาดไม่ได้รับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม เนื่องจากผู้เล่นในตลาดต่างก็รอทยอยขายทำกำไรทองคำ ซึ่งเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นมากในปีนี้  
  • ทั้งนี้ ในระยะสั้น ควรติดตามปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk) อย่างการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน และความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่กลับมาร้อนแรงขึ้นในช่วงนี้ รวมถึงประเด็นแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของรัฐบาล Trump 2.0 ที่ความไม่แน่นอนของปัจจัยดังกล่าวอาจพอช่วยหนุนราคาทองคำได้  
  • นอกจากนี้ บรรยากาศในตลาดการเงิน รวมถึงมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด จะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อทิศทางราคาทองคำ โดยต้องรอลุ้นว่า ผู้เล่นในตลาดจะปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดอย่างไร หลังรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ ในช่วงนี้
  • โดยล่าสุด บรรดาผู้เล่นในตลาดยังคงประเมินว่า เฟดมีโอกาสราว 19% ที่จะเดินหน้าลดดอกเบี้ยได้ 4 ครั้ง ในปีนี้ มากกว่าการประเมินของเฟดใน Dot Plot ล่าสุด ที่มองว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยราว 2 ครั้ง
  • ในเชิงเทคนิคัล หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following ราคาทองคำจะยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ตราบใดที่ราคาทองคำยังทรงตัวเหนือโซน 3,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้
  • สัญญาณของทั้ง RSI และ  Stochastic ใน Time Frame รายวัน สะท้อนว่า ราคาทองคำเสี่ยงย่อตัวลงบ้าง จากภาพ RSI Bearish Divergence ส่วน Stochastic ก็เข้าสู่โซน Overbought และแม้ MACD จะสะท้อนว่า ราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ ทว่า MACD Forest Bearish Divergence ที่เกิดขึ้น ก็อาจสะท้อนว่า การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำก็เริ่มจำกัดลงได้ และราคาทองคำก็เสี่ยงปรับตัวลดลง หรือ อย่างน้อยก็แกว่งตัว Sideways 
  • ในส่วน Time Frame H4 สัญญาณจากทั้ง RSI Stochastic และ MACD ต่างสะท้อนภาพไม่ต่างจาก Time Frame รายวัน โดยราคาทองคำอาจชะลอการปรับตัวขึ้นบ้างและเสี่ยงแกว่งตัวในกรอบ Sideways 
  • ส่วน RSI และ MACD ใน Time Frame H1 สะท้อนว่า โมเมนตัมการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำได้ชะลอลงบ้าง ทำให้ ราคาทองคำอาจเผชิญความเสี่ยงย่อตัวลงได้ หรืออย่างน้อยแกว่งตัว Sideways 
  • โดยรวม เราประเมินว่า ราคาทองคำอาจพอได้แรงหนุนจากความกังวลนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ บ้าง แต่การปรับตัวขึ้นอาจเป็นไปอย่างจำกัด และมีความเสี่ยงที่ราคาทองคำอาจย่อตัวลงบ้าง หรือ แกว่งตัว Sideways หากผู้เล่นในตลาดไม่ได้กังวลต่อนโยบายการค้าของสหรัฐฯ มากนัก หรือ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาดชัดเจน 
  • ทั้งนี้ ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ว่า ราคาทองคำจะปรับตัวลดลงหลุดโซน 3,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างชัดเจน หรือ ไม่ เพราะภาพดังกล่าวจะชี้ว่า ราคาทองคำเสี่ยงเข้าสู่แนวโน้มขาลง
  •  

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย