ราคาทองคำลดลงต่อเนื่องจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ยังคงมีผลงานยอดเยี่ยมในเดือนมกราคม
ทิศทางราคาทองคํา
ราคาทองคํายังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ Sideways ระหว่าง 3,010-3,035 เหรียญ โดย ภาพรวมตลาดได้รับผลกระทบและรับรู้ข่าวไปหมดแล้วเกี่ยวกับเรื่องการขึ้นภาษีต่างๆ ของ ประธานาธิบดีทรัมป์ โดยเฉพาะล่าสุดประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามในคําสั่งฝ่ายบริหารแล้ว เพื่อเรียกเก็บภาษีนําเข้ารถยนต์ในอัตรา 25% โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 เม.ย. ซึ่ง ทรัมป์ระบุว่ารถยนต์ที่จะถูกเรียกเก็บภาษีศุลกากรครั้งนี้ คือรถยนต์ทุกคันที่ไม่ได้ผลิต ในสหรัฐฯ ส่วนรถยนต์ที่ผลิตในสหรัฐฯ จะได้รับการยกเว้นภาษี ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจ ของสหรัฐฯ เมื่อวานนี้ ได้แก่ Core Durable Goods Orders m/m และ Durable Goods Orders m/m ออกมาเพิ่มขึ้นจากที่คาดการณ์ ในส่วนของกองทุนทองคํา SPDR เมื่อวานนี้ไม่ เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันถือครองที่ 929.36 ตัน ด้านดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้นจากเมื่อวานเปิดที่ ระดับ 104.24 จุด ขณะที่เช้านี้อยู่ที่ระดับ 104.33 จุด ขณะที่ค่าเงินบาทเช้านี้อยู่ที่ระดับ 33.90 บาทต่อดอลลาร
วิเคราะห์ราคาทองคําทางเทคนิค
ราคาทองคํายังคงเคลื่อนตัวในกรอบ Sideways ระหว่าง 3,010-3,035 เหรียญ เพื่อรอการ Break out ในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง กลยุทธ์การลงทุนควรทํากําไรในกรอบแคบ ลดพอร์ตการ ลงทุนลง เพื่อรอความชัดเจนของทิศทาง สําหรับ Gold Online Futures คาดจะมีกรอบแนว รับ 3,010 เหรียญ และแนวต้าน 3,035 เหรียญ และ Gold Comex คาดจะมีกรอบแนวรับ 3,020 เหรียญ และแนวต้าน 3,045 เหรียญ ในส่วนของราคาทองไทยจะมีแนวรับระยะสั้นที่ 48,200 บาท/บาททองคํา และมีแนวต้านระยะสั้นที่ 48,800 บาท/บาททองคํา
บทวิเคราะห์ข้างต้นจัดทำขึ้นสำหรับกลุ่มลูกค้าของบริษัทฯเท่านั้น และเป็นการวิเคราะห์โดยยึดหลักตาม Technical Analysis ทั้งนี้ บริษัทฯไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ต่อการวิเคราะห์ข้างต้น นักลงทุนทุกท่านโปรดระลึกเสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนด้วยตัวของท่านเอง บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นโดย สถาบันการลงทุนทองคำ แม่ทองสุก MTS สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 0 2770 7788 หรือทางเว็บไซต์ mtsgold.co.th
