OpenAI Ads จะส่งผลกระทบต่อคู่แข่งอย่าง Google และ Meta อย่างไร?
Economic Highlight
ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการของบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลัก รวมถึงอัตราเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ ทั้งนี้ ควรจับตาสถานการณ์การเมืองไทย ที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี
FX Highlight
- สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทพลิกอ่อนค่าลง ตามการรีบาวด์ขึ้นของเงินดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ อีกทั้งราคาทองคำและบรรดาสกุลเงินหลัก อย่าง เงินยูโร (EUR) ก็เผชิญแรงขายต่อเนื่องในช่วงท้ายสัปดาห์
- สำหรับสัปดาห์นี้ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่รายงานดัชนี PMI จากฝั่งสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น รวมถึงรายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ ทั้งนี้ ควรระวัง ความเสี่ยงการเมืองของไทย จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี
- แม้ว่า เงินดอลลาร์จะเผชิญแรงกดดันบ้าง ตามการปรับลดความเชื่อมั่นต่อธีม US Exceptionalism ซึ่งต้องรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ทว่า เงินดอลลาร์ อาจพอได้แรงหนุนจากความกังวลต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ และแรงขายทำกำไรสถานะ Long บรรดาสกุลเงินหลัก อย่าง เงินยูโร (EUR)
- สำหรับ ปัจจัยอื่นๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อเงินบาทได้นั้น ยังคงประกอบด้วย ทิศทางราคาทองคำ รวมถึงฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติในตลาดทุนไทย
- ในเชิงเทคนิคัล หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มทยอยแข็งค่าขึ้น หรือ แกว่งตัว Sideways จนกว่าจะสามารถอ่อนค่าทะลุโซน 34.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน
- สัญญาณจาก RSI MACD และ Stochastic ใน Time Frame รายวัน สำหรับ USDTHB สะท้อนว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทมีกำลังมากขึ้น อาจกดดันให้เงินบาททยอยอ่อนค่าลงได้
- ส่วนสัญญาณจาก RSI Stochastic และ MACD ใน Time Frame H4 โดยรวมให้ภาพไม่ต่างกับ Time Frame รายวัน ทว่า สัญญาณ จาก RSI และ Stochastic เริ่มเข้าสู่โซน Overbought ชี้ว่า การอ่อนค่าลงของเงินบาทก็เริ่มชะลอลงบ้าง แถวโซนแนวต้าน 34.00 บาทต่อดอลลาร์
- ทั้งนี้ สัญญาณจาก RSI และ MACD ใน Time Frame H1 สะท้อนว่า เงินบาทอาจชะลอการอ่อนค่าลง ตามสัญญาณ Bearish RSI Divergence และ Bearish MACD ทว่า Stochastic ยังสะท้อนโอกาสทยอยอ่อนค่าลงบ้าง
- โดยรวมเรามองว่า เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่าลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเงินบาทยังมีโซนแนวต้านสำคัญแถว 34.00 บาทต่อดอลลาร์ (แนวต้านถัดไป 34.40-34.50 บาทต่อดอลลาร์) ขณะที่โซนแนวรับสำคัญจะอยู่ในช่วง 33.50-33.60 บาทต่อดอลลาร์ (แนวรับถัดไป 33.30 บาทต่อดอลลาร์)
Gold Highlight
- สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าราคาทองคำจะสามารถปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ ทว่าผู้เล่นในตลาดต่างก็รอทยอยขายทองคำ อีกทั้งเงินดอลลาร์ก็พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นช่วงท้ายสัปดาห์ กดดันให้ราคาทองคำกลับสู่ช่วงการพักฐานในระยะสั้น
- หากประเมินจากกลยุทธ์ Trend-Following ราคาทองคำ (XAUUSD) ยังถือว่าอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) ตราบใดที่ราคาทองคำสามารถยืนเหนือโซน 2,980-2,990 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้
- เรายังคงมุมมองเดิมว่า ราคาทองคำอาจอยู่ในช่วงการพักฐานได้ หากตลาดไม่ได้รับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม เนื่องจากผู้เล่นในตลาดต่างก็รอทยอยขายทำกำไรทองคำ ซึ่งเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นมากในปีนี้
- ทั้งนี้ ในระยะสั้น ควรติดตามปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk) อย่างการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน และความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่กลับมาร้อนแรงขึ้นในช่วงนี้ รวมถึงประเด็นแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของรัฐบาล Trump 2.0 ที่ความไม่แน่นอนของปัจจัยดังกล่าวอาจพอช่วยหนุนราคาทองคำได้
- นอกจากนี้ บรรยากาศในตลาดการเงิน รวมถึงมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด จะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อทิศทางราคาทองคำ โดยต้องรอลุ้นว่า ผู้เล่นในตลาดจะปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดอย่างไร หลังรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ ในช่วงนี้
- โดยล่าสุด บรรดาผู้เล่นในตลาดยังคงประเมินว่า เฟดมีโอกาสราว 76% ที่จะเดินหน้าลดดอกเบี้ยได้ 3 ครั้ง ในปีนี้ มากกว่าการประเมินของเฟดใน Dot Plot ล่าสุด ที่มองว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยราว 2 ครั้ง
- ในเชิงเทคนิคัล หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following ราคาทองคำจะยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ตราบใดที่ราคาทองคำยังทรงตัวเหนือโซน 2,980-2,990 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้
- สัญญาณของทั้ง RSI และ MACD ใน Time Frame รายวัน สะท้อนว่า โมเมนตัมขาขึ้นของราคาทองคำเริ่มอ่อนกำลังลง หลังราคาทองคำไม่สามารถปรับตัวขึ้น ทำ All-Time High ใหม่ได้ อีกทั้ง Stochastic ก็ชี้ว่า ราคาทองคำเสี่ยงปรับตัวลดลง หรือ อย่างน้อยก็แกว่งตัว Sideways
- ในส่วน Time Frame H4 สัญญาณจากทั้ง RSI และ MACD ต่างสะท้อนว่าราคาทองคำเสี่ยงย่อตัวลงต่อได้ ทว่า Stochastic ได้เข้าสู่โซน Oversold และเริ่มมีสัญญาณ Bullish บ้าง ชี้ว่า ราคาทองคำอาจพอทรงตัวเหนือโซนแนวรับแถว 3,000 ดอลลลาร์ต่อออนซ์
- ขณะที่ RSI ใน Time Frame H1 สะท้อนว่า ราคาทองคำเสี่ยงปรับตัวลดลงต่อ หรืออย่างน้อยแกว่งตัว Sideways ทว่า Stochastic และ MACD ชี้ว่า การปรับตัวลดลงของราคาทองคำอาจชะลอลงได้บ้างแถวแนวรับแรก 3,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ก็อาจยังติดโซนแนวต้าน 3,030-3,040 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- โดยรวม เราประเมินว่า ราคาทองคำยังคงอยู่ในช่วงการพักฐานและอาจแกว่งตัว Sideways จนกว่าตลาดจะรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม โดยต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ว่า ราคาทองคำจะปรับตัวลดลงหลุดโซน 2,985 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างชัดเจน หรือ ไม่ เพราะภาพดังกล่าวจะชี้ว่า ราคาทองคำเสี่ยงเข้าสู่แนวโน้มขาลง
