ราคาทองคำลดลงต่อเนื่องจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ยังคงมีผลงานยอดเยี่ยมในเดือนมกราคม
ทิศทางราคาทองคํา
ราคาทองคําปรับตัวสูงขึ้น หลังจากที่ภาพรวมตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯดูอ่อนแอลงจากตัวเลขการจ้างงาน (ADP Non-Farm Employment Change) ที่ปรับตัวลดลง ทําให้ดัชนีดอลลาร์กลับมาอ่อนค่าลง โดยเมื่อวาน นี้เปิดที่ระดับ 105.61 จุด และลงไปทําจุดตํ่าสุดที่ระดับ 104.25 จุด ซึ่งถือเป็นจุดตํ่าสุดในรอบ 3 เดือน ก่อนจะมา ปิดที่ระดับ 104.27 จุด ขณะที่เช้านี้อยู่ที่ระดับ 104.23 จุด จะเห็นได้ว่าดัชนีดอลลาร์ปรับตัวอ่อนค่าอย่างรวดเร็ว ทําให้ค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวานนี้เปิดที่ระดับ 33.71 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่เช้านี้อยู่ที่ระดับ 33.58 บาทต่อดอลลาร์ เรียกได้ว่าแข็งค่าขึ้นประมาณ 10 สตางค์ ส่งผลให้ราคาทองไทยปรับตัวขึ้นได้ไม่มาก นักโดยเช้านี้อยู่ที่ระดับ 46,400 บาทต่อบาททองคํา ในส่วนของกองทุนทองคํา SPDR เมื่อวานนี้ขายออก 1.44 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 900.36 ตัน โดยใน 3 วันที่ผ่านมา ขายออกไปแล้ว 4.02 ตัน ท่ามกลางตลาดยังคง กังวลเกี่ยวกับนโยบายการปรับขึ้นภาษีของปธน.ทรัมป์และสงครามการค้า ซึ่งหลายฝ่ายต่างกังวลว่าจะส่ง ผลกระทบต่อเศรษฐกิจในเชิงชะลอตัวลง และทําให้ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลง โดยล่าสุดปธน.ทรัมป์ ชะลอการ เก็บภาษีนําเข้ารถยนต์จากแคนาดาและเม็กซิโกออกไปอีก 1 เดือนจากกําหนดเดิม ทําให้การยกเว้นภาษีจะ สิ้นสุดในวันที่ 2 เม.ย.แทนที่จะเป็นเดือนมี.ค.ตามที่เคยประกาศไว้ หลังจากนั้น อัตราภาษีนําเข้าจะเพิ่มสูงถึง 25% ตามแผนการเดิมของรัฐบาล ขณะที่เก็บภาษีจีนแล้วตามกําหนดเดิม 4 มี.ค ขณะที่จีนออกมาตอบโต้เก็บ ภาษีนําเข้าสินค้าสหรัฐฯสูงถึง 15% มีผล 10 มี.ค.
วิเคราะห์ราคาทองคําทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิคราคาทองคํากลับมาเป็นแนวโน้มทิศทางขาขึ้นต่อ หลังจากที่มีการปรับฐานเพียงเล็กน้อย เมื่อ 4 วันก่อน และสิ้นสุดการปรับฐานแถวบริเวณ 2,832 เหรียญ ทําให้ภาพรวมทางเทคนิคราคาทองคําดู ค่อนข้างแข็งแกร่งขึ้น โดย Indicators ต่างๆอยู่ในเกณฑ์ที่สมดุลมากขึ้นทั้ง MACD และ RSI อย่างไรก็ดี วันนี้คาดว่าราคาทองคําจะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องโดยมีแนวรับที่ระดับ 2,910 เหรียญ และแนวต้านหลักที่ ระดับ 2,945 เหรียญ สําหรับ Gold Online Futures คาดจะมีกรอบแนวรับ 2,915 เหรียญ และแนวต้าน 2,950 เหรียญ และ Gold Comex คาดจะมีกรอบแนวรับ 2,920 เหรียญ และแนวต้าน 2,955 เหรียญ ใน ส่วนของราคาทองไทยจะมีแนวรับระยะสั้นที่ 46,100 บาท/บาททองคํา และมีแนวต้านระยะสั้นที่ 46,700 บาท/บาททองคํา โดยราคาทองไทยยังคงถูกกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า ทําให้ราคาทองไทยปรับตัวขึ้น ได้ไม่มากนัก
บทวิเคราะห์ข้างต้นจัดทำขึ้นสำหรับกลุ่มลูกค้าของบริษัทฯเท่านั้น และเป็นการวิเคราะห์โดยยึดหลักตาม Technical Analysis ทั้งนี้ บริษัทฯไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ต่อการวิเคราะห์ข้างต้น นักลงทุนทุกท่านโปรดระลึกเสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนด้วยตัวของท่านเอง บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นโดย สถาบันการลงทุนทองคำ แม่ทองสุก MTS สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 0 2770 7788 หรือทางเว็บไซต์ mtsgold.co.th
