ราคาทองคำลดลงต่อเนื่องจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ยังคงมีผลงานยอดเยี่ยมในเดือนมกราคม
ทิศทางราคาทองคํา
ราคาทองคําดีดตัวกลับขึ้นมาเหนือแนวต้านระยะสั้นที่บริเวณ 2,880 เหรียญได้ โดยทําจุดสูงสุดที่ระดับ 2,895 เหรียญเมื่อ วานนี้ โดยที่ภาพรวมของดัชนีดอลลาร์กลับอ่อนค่าลงมาหลังจากที่ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้นมา 3 วันที่ระดับ 107.66 จุด โดย เมื่อวานนี้ดัชนีดอลลาร์เปิดที่ระดับ 107.56 จุด และเคลื่อนตัวระหว่าง 106.46-107.56 จุด ก่อนจะมาปิดที่ระดับ 106.55 จุด ขณะที่เช้านี้อยู่ที่ระดับ 106.55 จุด เรียกได้ว่าดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลงจากความกังวลเรื่องสงครามการค้าโดยทางปธน. ทรัมป์ยืนยันว่าสหรัฐฯ จะดําเนินการเรียกเก็บภาษีสินค้านําเข้าจากแคนาดาและเม็กซิโกในอัตรา 25% ตั้งแต่วันอังคารที่ 4 มี.ค. ตามกําหนด และลงนามในคําสั่งเรียกเก็บภาษีนําเข้าสินค้าจากจีนแบบครอบคลุมเพิ่ม 2 เท่า เป็น 20 % โดยจะมีผลในวันที่ 4 มีนาคม หลังจากเก็บรอบแรก 10 % เมื่อ 4 กุมภาพันธ์ เนื่องจากจีนไม่ได้ดําเนินการอย่างเพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาการ หลั่งไหลของเฟนทานิล ซึ่งเป็นสารตั้งต้นยาเสพติดเข้าสหรัฐฯ ซึ่งจะเห็นได้ว่าค่าเงินและภาวะเศรษฐกิจค่อนข้างจะผันผวน ตามนโยบายการขึ้นกําแพงภาษีของปธน.ทรัมป์ ขณะที่จีนกําลังพิจารณาการใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้สหรัฐฯ ด้วย การเรียกเก็บภาษีนําเข้าสินค้าเกษตรและอาหารจากสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้รัฐบาลของปธน.ทรัมป์ ที่เรียกเก็บภาษีนําเข้าสินค้า จากจีนเพิ่มอีก 10 % ส่งผลให้ภาพรวมมีแรงเทขายเข้ามาในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทําให้ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลง 649.67 จุด หรือ -1.48% ดัชนี S&P500 ปิดลดลง -1.76% และดัชนี Nasdaq ปิดลดลง -2.64% ขณะที่ด้านค่าเงินบาทกลับมา แข็งค่าโดยเช้านี้หลุดระดับ 34 บาทต่อดอลลาร์ลงมา หลังจากที่เมื่อวานขึ้นไปทําสูงสุดที่ระดับ 34.32 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ เมื่อวานนี้มีตัวเลขเศรษฐกิจที่สําคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ Final Manufacturing PMI และ ISM Manufacturing Prices ออก มาเพิ่มขึ้นจากที่คาดการณ์ ขณะที่ ISM Manufacturing PMI ออกมาลดลงจากที่คาดการณ์ ในส่วนของกองทุนทองคํา SPDR เมื่อวานนี้ขายออก 3.45 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 900.93 ตัน
วิเคราะห์ราคาทองคําทางเทคนิค
ราคาทองคํามี Technical rebound หลังลงไปทําตํ่าสุดที่ระดับ 2,832 เหรียญ ซึ่งวิเคราะห์ได้ ว่าราคาทองคําน่าจะสิ้นสุดการปรับฐาน และเริ่มเข้าสู่การปรับตัวในทิศทางขาขึ้นใหม่ โดยวันนี้ คาดว่าราคาทองคําจะมีกรอบแนวรับที่ระดับ 2,860 เหรียญ และแนวต้านที่ระดับ 2,900 เหรียญ แนะนําให้ใช้กลยุทธ์เข้าซื้อ สําหรับ Gold Online Futures คาดจะมีกรอบแนวรับ 2,865 เหรียญ และแนวต้าน 2,905 เหรียญ และ Gold Comex คาดจะมีกรอบแนวรับ 2,870 เหรียญ และแนวต้าน 2,910 เหรียญ ในส่วนของราคาทองไทยจะมีแนวรับระยะสั้นที่ 46,200 บาท/บาททองคํา และมีแนวต้านระยะสั้นที่ 46,500 บาท/บาททองคํา โดยราคาทองไทยยังคง ถูกกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า
บทวิเคราะห์ข้างต้นจัดทำขึ้นสำหรับกลุ่มลูกค้าของบริษัทฯเท่านั้น และเป็นการวิเคราะห์โดยยึดหลักตาม Technical Analysis ทั้งนี้ บริษัทฯไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ต่อการวิเคราะห์ข้างต้น นักลงทุนทุกท่านโปรดระลึกเสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนด้วยตัวของท่านเอง บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นโดย สถาบันการลงทุนทองคำ แม่ทองสุก MTS สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 0 2770 7788 หรือทางเว็บไซต์ mtsgold.co.th
