ปลดล็อคข้อมูลพรีเมียม: ส่วนลดสูงสุดถึง 50% InvestingProรับส่วนลด

รอมาตรการปลุกความเชื่อมั่น 

เผยแพร่ 11/06/2567 10:16

SET INDEX ที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ภายใต้บรรยากาศที่มูลค่าการซื้อ ขายบาง และ FUND FLOW ต่างชาติไหลออก สะท้อนภาวะที่ขาดความ เชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งต้องการมาตรการที่เข้ามาช่วยสร้างความเชื่อมั่น ไม่ว่าจะเป็นมาตรการดูแลเรื่อง SHORT SELL หรือ LTF สำหรับปัจจัย แวดล้อมทางพื้นฐาน แรงกดดันหลักยังคงเป็นเรื่องการเมืองที่มีหลาย เหตุการณ์ที่ต้องติดตาม ส่วนประเด็นเศรษฐกิจ การประชุม ครม.เศรษฐกิจ วานนี้มีหลายแนวทางออกมาขับเคลื่อน ให้GDP GROWTH ปีนี้ขยับขึ้นไป ที่ 3% เช่น การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวอีก 1 ล้านคน , การเร่งเบิกจ่าย งบประมาณ, การดึงเม็ดเงินลงทุนภาคเอกชน รวมถึงการจัด SOFT LOAN ปล่อยให้กับ SME 1 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตามแนวทางดังกล่าวยังต้องใช้ เวลาในการดำเนินการอีกระยะหนึ่งกว่าจะเห็นผล

SET INDEX ยังอยู่ในภาวะที่ขาดความเชื่อมั่น ขณะที่ในระยะสั้นยังไม่เห็น มาตรการที่เข้ามาเยียวยา วันนี้ประเมินกรอบ 1310 – 1328 จุด หุ้น TOP PICK เลือก CPALL (BK:CPALL), GULFและ PTTEP

นโยบานการคลังเข้มข้น หวังดัน SET ผ่านพ้นจุด BOTTOM

ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา เติบโตได้ราว 5.4%YOY ขณะที่ช่วง 10 ปีย้อนหลัง ปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยแค่ 3.3%YOY สะท้อนศักยภาพเศรษฐกิจไทย ขยายตัวต่ำลงไปเรื่อยๆ จากปัญหาเชิงโครงสร้าง กดดัน GDP GROWTH บ้านเรา เติบโตได้ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศ ASEAN

ปัญหาเศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำกว่าศักยภาพประเทศเพื่อนบ้าน กำลังสะท้อนภาพ จำเป็นเร่งด่วยในการฟื้นฟู ขณะที่การประชุม ครม. เศษฐกิจ ครั้งที่ 2/2567 วานนี้ ได้ ตั้งเป้าใหม่ เร่งผลักดันให้ GDP GROWTH ไทยในปี 2567 ขยายตัวแตะ 3%YOY (จาก คาดการณ์ 2.4%) โดยขับเคลื่อนผ่านมาตรการสำคัญ 3 ด้าน ดังนี้

1. เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวอีก 1 ล้านคน เป็น 36.7 ล้านคน ในปีนี้ (เป้าเดิม35.7

ล้านคน) คาดช่วยผลักดัน GDP ได้ 0.12% ถือเป็น SENTIMENT เชิงบวก

ต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม อาทิ AOT (BK:AOT), ERW, CENTEL เป็นต้น

2. เร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ เฉพาะอย่างยิ่งงบลงทุนให้ได้ถึง 70% ภายใน

ปีนี้คาดช่วยผลักดัน GDP ได้ 0.24% ถือเป็น SENTIMENT เชิงบวกต่อหุ้น

กลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้าง อาทิ SCC, SCCC TASCO, STEC, CK เป็นต้น

3. ส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน (BOI) โดยล่าสุดภาคเอกชนเริ่มเซ็นสัญญา

ลงทุนแล้ว และพร้อมที่จะเริ่มงานใน 3 ปี จะมีเม็ดเงินลงทุนกว่า 8 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ หากจะดึงเม็ดเงินลงทุนดังกล่าวมาลงทุนในปีนี้ราว 3-4 แสนล้านบาท

คาดช่วยผลักดัน GDP ได้ 0.14-0.25% ถือเป็น SENTIMENT เชิงบวกต่อ

หุ้นกลุ่มนิคม อาทิ WHA, AMATA เป็นต้น

ประเด็นการเมืองร้อนแรงทั้งนอกและในประเทศ กดดันสินทรัพย์ เสี่ยงปรับตัวลงต่อเนื่อง

ประเด็นการเมืองร้อนแรงทั้งนอกและในประเทศ กดดันสินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวลง ต่อเนื่อง นำโดย ตลาดหุ้นฝรั่งเศสที่วานนี้ปรับตัวลงแรง 1.35% หลังประธานาธิบดี ฝรั่งเศสประกาศยุบสภาพร้อมเดินหน้าเลือกตั้งใหม่ หลังจากพรรคพันธมิตรสาย กลางของเขาพ่ายแพ้ให้กับพรรคเนชันแนลแรลลี (NATIONAL RALLY) ซึ่งเป็นฝ่าย ขวาจัดในการเลือกตั้งรัฐสภายุโรป ขณะที่นายกเบลเยี่ยม ประกาศลาออกเช่นกัน หลัง พรรคฝ่ายขวาจัดได้รับความนิยมมากขึ้น ดังนั้น สิ่งที่จะเกิดขึ้น คือ นโยบายช่วยเหลือ ผู้อพยพและงบประมาณช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของ EU จะลดลง และจับตามอง จากทิศทางความเปลี่ยนแปลงในรัฐสภายุโรป คือ กรณีการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-EU ที่อาจชะงักหรือล่าช้าลงได้ในอนาคต

ส่วนประเทศไทยก็มีความไม่แน่นอนทางการเมืองเช่นกัน(รายละเอียดเพิ่มเติมในบท วิเคราะห์ MARKET TALK ประจำวันที่ 7 มิ.ย.67) ทำให้เกิดความไม่มั่นใจใน เสถียรภาพทางการเมือง และเกิดความกังวลต่อการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ของรัฐบาลไปอีกระยะ จนกว่าจะเห็นความชัดเจนในช่วงปลายเดือน มิ.ย.67 จึงทำให้ FUND FLOW ต่างชาติไหลออกจาก SET INDEX ตั้งแต่ประเด็นการเมืองร้อนแรง ขึ้นมากว่า 13 วันติดต่อกัน คิดเป็นมูลค่ารวม 2.4 หมื่นล้านบาท กดดัน SET INDEX ปรับตัวลงกว่า 60จุด หรือ 4.4%อย่างไรก็ตามยังพอมีประเด็นบวกอยู่บ้างจากราคา น้ำมันดิบที่ฟื้นตัวในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมากว่า 5%(วานนี้ +3%) คาดเป็นตัวพยุง SET INDEX ให้ไม่ปรับฐานแรงเฉกเช่นวานนี้ เนื่องจาก SET มีน้ำหนักหุ้นกลุ่มปิโตรฯโรงกลั่น สัดส่วนสูงถึง 1 ใน 3 จากสัดส่วนทั้งหมด โดยหุ้นอย่าง IRPC BCP PTTGC TOP PTTEP PTT (BK:PTT) นั้น LAGGARD ราคาน้ำมันดิบทั้งสิ้น ถือเป็นโอกาสของนักลงทุน ที่คาดหวังผลตอบแทนระยะกลาง-ยาว ได้เป็นอย่างดี

สรุป ประเด็นการเมืองที่ร้อนแรงขึ้นทั้งในฝรั่งเศส + เบลเยี่ยม กดดันสินทรัพย์เสี่ยง ปรับตัวลงต่อเนื่อง ขณะที่ไทย TIMELINE การเมืองที่ยังน่ากังวลในเดือนนี้ กดดัน FLOW ต่างชาติไหลออกหุ้นไทย 13 วันติดต่อกัน รวมมูลค่ากว่า 2.4 หมื่นล้านบาท และส่งผลให้ SET ปรับตัวลงแรง 60 จุด อย่างไรก็ตามยังพอมีประเด็นบวกอยู่บ้างจาก ราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัวแรงในช่วงที่ผ่านมา แนะนำหุ้นกลุ่มโรงกลั่น-ปิโตรฯ ที่ราคาหุ้น ยัง LAGGARD ราคาน้ำมันดิบ อาทิ IRPC BCP PTTGC TOP PTTEP PTT เป็นต้น

มหากาพย์รถไฟฟ้าสายสีส้มใกล้ยุติ...BEM,CK ลุ้นข่าวดี

มหากาพย์โครงการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มที่ต่อสู้กันยาวนานกว่า 4 ปี ใกล้ได้ข้อยุติ วันพรุ่งนี้ (12 มิ.ย 67) ศาลปกครองสูงสุดมีนัดอ่านคำพิพากษาคดีพิพาทโครงการ ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม ที่ BTSC เป็นโจทย์ยื่นฟ้องคณะกรรมการคัดเลือกตาม มาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ข้อหาการเปิด ประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มรอบ 2 ไม่ชอบด้วยกฏหมาย เพราะมีการกำหนดหลักเกณฑ์ กีดกันการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ถือเป็นคดีสุดท้ายที่ยังค้างคาอยู่ในศาล หากศาล ปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาตามความเห็นของตุลาการผู้แถลงคดี ศาลปกครอง สูงสุด ในวันที่ 11 เม.ย 67 ที่ได้ให้ความเห็นว่าควรยกฟ้องตามคำพิพากษาศาล ปกครองกลาง ก็น่าจะทำให้ รฟม. สามารถเซ็นสัญญากับ BEM ในฐานะที่เป็นผู้เสนอ ผลตอบแทนสูงสุดให้กับภาครัฐได้ภายในปีนี้ ซึ่งการได้เข้าไปดำเนินการรถไฟฟ้าสาย สีส้มของ BEM จะส่งผลบวกอย่างมีนัยสำคัญทั้งในเชิงความต่อเนื่องของรายได้ที่มี สัญญายาว 30 ปี และ SYNERGY ที่เกิดขึ้นจากความประหยัดต่อขนาดในการบริหาร รถไฟฟ้าหลายเส้นทาง รวมถึงการส่งต่อผู้โดยสารให้กับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินซึ่งเป็น รถไฟฟ้าเส้นทางหลักของ BEM ในปัจจุบัน โดยฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าเพิ่มจาก โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มที่จะเกิดขึ้นกับ BEM เท่ากับ 2.00 บาท/หุ้น และได้รวมอยู่ในราคาเหมาะสมของ BEM ที่ฝ่ายวิจัยประเมินไว้ที่ 11.00 บาท แล้ว นอกจากนี้ ผลบวกยังเกิดขึ้นกับ CK ในฐานะที่ CK จะเข้าไปรับงานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม ตะวันตกพร้อมงานติดตั้งระบบและจัดหาขบวนรถ มูลค่า 1.09 แสนล้านบาท ต่อจาก BEM อีกด้วย โดยฝ่ายวิจัยประเมินราคาเหมาะสมของ CK ด้วยวิธี SUM OF THE PART ให้ราคาเหมาะสมที่ 27.00 บาท

บทความนี้จัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ ASIA Plus Securities

ความคิดเห็นล่าสุด

กำลังโหลดบทความถัดไป...
การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย