Bitcoin ปรับตัวขึ้นแต่ยังต่ำกว่า $67k ท่ามกลางความตึงเครียดอิหร่านกดดันความเสี่ยง
10 จุดในงบ BTS ที่เห็นแล้วต้องร้องโอ้โห
1.ฺBTS ขายรายได้ค่าตั๋ว BTS ให้กองทุน BTSgif ไปแล้ว เอาเงินก้อนไปลงทุนต่อ มีรายได้จากปันผล btsgif ที่ถืออยู่ 33%(ตีความเหมือนขายไปุ67%) และรับจ้างเดินรถ
2.ได้เงินมาก็เอาไป unlock สินทรัพย์ที่ดินและโรงแรมตามแนวรถไฟฟ้า โดยไปซื้อกิจการ npark เปลี่ยนชื่อเป็น ucity และให้ ucity เพิ่มทุนมาซื้อ สินทรัพย์ ไปทำโรงแรมและคอนโด ตอนนี้โรงแรมเจ้งหมดแล้วโดนโควิทขาดทุนกระหน่ำ เปลี่ยนชื่อเป็น rabbit ล้องอาถรรพ
3.เป็นคนใจดี ลงทุนก่อสร้างส่วนต่อขยาย bts ให้ก่อน รับรู้รายได้ไปแล้วแต่ยังไม่ได้เก็บเงิน เพิ่งได้เงินมาปี 67 นี่เอง
4.ค่าจ้างเดินรถยังตกลงกันไม่ได้ ที่เห็นลูกหนี้เพียบๆในงบนั่นแหละ แต่ก็คิดดอกเบี้ยด้วยนะ รายได้ดอกเบี้ยปีนึง 5000 ล้านเลย แต่ไม่ได้เป็นเงินสด ไม่รู้จะได้หรือเปล่า ตองเจรจาต่อรองกันต่อไป
5.กำไรจากการดำเนินงานธุรกิจหลักไม่รวมบริษัทร่วมยังบวกอยู่นิดหน่อยๆ แต่ปัญหาคือ ขาดสภาพคล่องไม่มีกระแสเงิดจากกิจกรรมดำเนินงาน เพราะเดินรถก็ไม่ได้เงิน สายสีชมพู เหลือก็เพิ่งเริ่มยังไม่อยู่ตัว ทำให้ต้องกู้หนี้ยืมสินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หวังว่าจะเก็บเงินได้โดยไวไม่งั้นแย่แน่
6.แม้สัมปทานจะหมดปี 2572 แต่ยังได้สัญญาจ้างเดินรถต่อถึงปี 2585 ผู้ว่า กทมตอนปี 2560 ช่างใจดียิ่งนัก
7.หลังจากหมดสัมปทาน บริษัทจะเหลือแค่สายสีชมพูและสีเหลือง ไม่น่าจะกำไรเทพเหมือนสายสีเขียวที่ผ่ากลางเมือง ก็ต้องหาอะไรทำBTS ลงทุนไปเรื่องทั้ง JMART SINGER KEX
8.เคราะซ้ำกรรมซัดที่ลงทุนไปเจอแต่ปัญหา singer ก็เจอปัญหาหนี้เสียตอนแรกปล่อยกู้อยู่ดีๆ พอเอาบริษัทลูกที่ปล่อยกู้เข้าตลาดได้แล้วไม่รู้หนี้เสียมาจากไหนเยอะและ ส่วน KEX พอ IPO ปุ้บเสียลูกค้ารายใหญ่เลย รายได้ลดลงขาดทุนตั้งแต่กำไรขั้นต้นเลยทุนใกล้หมดแล้ว
9.หลังจากเคยขาดทุนหนักๆในข้อ 2 มาแล้ว ปีนี้ก็ขาดทุนหนักอีกรอบ ต้งสำรองขาดทุนเงินทุนไป 5000 ล้านบาท เป็น onetime มาคร้งเดียว เพราะขาดทุนจาก jmart ที่ตั้งสำรองหนี้เสียของ singer และเงินลงทุนใน KEX พร้อมขายหุ้นไปด้วย หลังจากขายก็ไม่ต้องรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนแล้ว
10 สรุปคือ พอสัมปทานใกล้หมดก็หาโอกาสลงทุนไปเร่อยๆ แต่เท่าที่ดู ส่วนใหญ่เจ้งมากกว่ากำไร ผมว่าอยู่เฉยๆน่าจะดีกับผู้ถือหุ้นกว่า
1.ฺBTS ขายรายได้ค่าตั๋ว BTS ให้กองทุน BTSgif ไปแล้ว เอาเงินก้อนไปลงทุนต่อ มีรายได้จากปันผล btsgif ที่ถืออยู่ 33%(ตีความเหมือนขายไปุ67%) และรับจ้างเดินรถ
2.ได้เงินมาก็เอาไป unlock สินทรัพย์ที่ดินและโรงแรมตามแนวรถไฟฟ้า โดยไปซื้อกิจการ npark เปลี่ยนชื่อเป็น ucity และให้ ucity เพิ่มทุนมาซื้อ สินทรัพย์ ไปทำโรงแรมและคอนโด ตอนนี้โรงแรมเจ้งหมดแล้วโดนโควิทขาดทุนกระหน่ำ เปลี่ยนชื่อเป็น rabbit ล้องอาถรรพ
3.เป็นคนใจดี ลงทุนก่อสร้างส่วนต่อขยาย bts ให้ก่อน รับรู้รายได้ไปแล้วแต่ยังไม่ได้เก็บเงิน เพิ่งได้เงินมาปี 67 นี่เอง
4.ค่าจ้างเดินรถยังตกลงกันไม่ได้ ที่เห็นลูกหนี้เพียบๆในงบนั่นแหละ แต่ก็คิดดอกเบี้ยด้วยนะ รายได้ดอกเบี้ยปีนึง 5000 ล้านเลย แต่ไม่ได้เป็นเงินสด ไม่รู้จะได้หรือเปล่า ตองเจรจาต่อรองกันต่อไป
5.กำไรจากการดำเนินงานธุรกิจหลักไม่รวมบริษัทร่วมยังบวกอยู่นิดหน่อยๆ แต่ปัญหาคือ ขาดสภาพคล่องไม่มีกระแสเงิดจากกิจกรรมดำเนินงาน เพราะเดินรถก็ไม่ได้เงิน สายสีชมพู เหลือก็เพิ่งเริ่มยังไม่อยู่ตัว ทำให้ต้องกู้หนี้ยืมสินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หวังว่าจะเก็บเงินได้โดยไวไม่งั้นแย่แน่
6.แม้สัมปทานจะหมดปี 2572 แต่ยังได้สัญญาจ้างเดินรถต่อถึงปี 2585 ผู้ว่า กทมตอนปี 2560 ช่างใจดียิ่งนัก
7.หลังจากหมดสัมปทาน บริษัทจะเหลือแค่สายสีชมพูและสีเหลือง ไม่น่าจะกำไรเทพเหมือนสายสีเขียวที่ผ่ากลางเมือง ก็ต้องหาอะไรทำBTS ลงทุนไปเรื่องทั้ง JMART SINGER KEX
8.เคราะซ้ำกรรมซัดที่ลงทุนไปเจอแต่ปัญหา singer ก็เจอปัญหาหนี้เสียตอนแรกปล่อยกู้อยู่ดีๆ พอเอาบริษัทลูกที่ปล่อยกู้เข้าตลาดได้แล้วไม่รู้หนี้เสียมาจากไหนเยอะและ ส่วน KEX พอ IPO ปุ้บเสียลูกค้ารายใหญ่เลย รายได้ลดลงขาดทุนตั้งแต่กำไรขั้นต้นเลยทุนใกล้หมดแล้ว
9.หลังจากเคยขาดทุนหนักๆในข้อ 2 มาแล้ว ปีนี้ก็ขาดทุนหนักอีกรอบ ต้งสำรองขาดทุนเงินทุนไป 5000 ล้านบาท เป็น onetime มาคร้งเดียว เพราะขาดทุนจาก jmart ที่ตั้งสำรองหนี้เสียของ singer และเงินลงทุนใน KEX พร้อมขายหุ้นไปด้วย หลังจากขายก็ไม่ต้องรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนแล้ว
10 สรุปคือ พอสัมปทานใกล้หมดก็หาโอกาสลงทุนไปเร่อยๆ แต่เท่าที่ดู ส่วนใหญ่เจ้งมากกว่ากำไร ผมว่าอยู่เฉยๆน่าจะดีกับผู้ถือหุ้นกว่า
